American Airlines, Inc.

American Airlines, Inc.

CIK 4515 · ดูใน SEC EDGAR ↗

นักลงทุนเชิงรุก

การยื่น SEC ครั้งแรก: 19 ธันวาคม 2025 · ล่าสุด: 19 ธันวาคม 2025

อเมริกันแอร์ไลน์ เป็นสายการบินหลักของสหรัฐอเมริกา และเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามจำนวนผู้โดยสารที่ขนส่ง รายได้ต่อผู้โดยสารต่อระยะทางบิน และจำนวนเที่ยวบินต่อวัน โดยมีฐานการบินหลักที่ท่าอากาศยานดัลลาส/ฟอร์ตเวิร์ธ อเมริกันแอร์ไลน์ให้บริการเที่ยวบินไปยัง 350 จุดหมายปลายทางใน 50 ประเทศ อเมริกันแอร์ไลน์เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งพันธมิตรทางสายการบินวันเวิล์ด

อ่านเพิ่มเติม

อเมริกันแอร์ไลน์ (อังกฤษ: American Airlines) เป็นสายการบินหลักของสหรัฐอเมริกา และเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามจำนวนผู้โดยสารที่ขนส่ง รายได้ต่อผู้โดยสารต่อระยะทางบิน และจำนวนเที่ยวบินต่อวัน โดยมีฐานการบินหลักที่ท่าอากาศยานดัลลาส/ฟอร์ตเวิร์ธ อเมริกันแอร์ไลน์ให้บริการเที่ยวบินไปยัง 350 จุดหมายปลายทางใน 50 ประเทศ อเมริกันแอร์ไลน์เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งพันธมิตรทางสายการบินวันเวิล์ด

ประวัติ

ช่วงแรก

อเมริกันแอร์ไลน์ได้มีการก่อตั้งขึ้นในวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1926 จากการรวมตัวการของสายการบินเล็กๆ กว่า 82 สายการบิน โดยเริ่มแรกใช้ชื่อว่า อเมริกันแอร์เวย์ ในช่วงแรก อเมริกันแอร์เวย์จะให้บริการเที่ยวบินไปรษณีย์และภายในปีค.ศ. 1933 อเมริกันแอร์เวย์ก็ได้ให้บริการเที่ยวบินไปยัง 72 เมืองในสหรัฐ

อเมริกันแอร์ไลน์ได้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเครื่องบินใบพัดอย่างดักลาส ดีซี-3 ซึ่งเป็นการร่วมพัฒนากันระหว่าง ซี.อาร์. สมิธ ผู้ดูแลอเมริกันแอร์ไลน์ และโดนัลด์ ดักลาส เจ้าของดักลาสแอร์คราฟต์คอมพานี หลังจากสมิธขอให้ดักลาสผลิตเครื่องบินรุ่นใหม่ที่พัฒนามาจากดักลาส ดีซี-2 เพื่อนำมาทดแทนเครื่องบินใบพัดเคอร์ติส คอนดอร์ II โดยอเมริกันได้รับดีซี-3 มาทดลองใช้เป็นสายการบินแรก เที่ยวบินแรกคือจากนวร์ก, รัฐนิวเจอร์ซีย์ ไปยังชิคาโก, รัฐอิลลินอย

ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

หลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง อเมริกันแอร์ไลน์ได้สั่งซื้อเครื่องบินมาประจำการเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโบอิง 707, โบอิง 747, บีเอซี 1-11 รวมถึงมีส่วนร่วมในการพัฒนาแมคดอนเนลล์ ดักลาส ดีซี-10 เครื่องบินลำตัวกว้างสามเครื่องยนต์ ซึ่งจะนำมาใช้กับเที่ยวบินระยะไกลที่สนามบินปลายทางมีทางวิ่งขนาดเล็กเกินกว่าที่โบอิง 747 สามารถลงจอดได้ ซึ่งดีซี-10 นี้เป็นแข่งขันกับล็อกฮีด แอล-1011 ไทรสตาร์ นอกจากนี้อเมริกันแอร์ไลน์ยังได้เพิ่มบริการหลายๆ อย่างให้กับผู้โดยสาร เช่น การจองตั๋วผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์, เซเบอร์ ซึ่งเป็นบริการการจอง ซึ่งร่วมพัฒนากับไอบีเอ็ม และยังมีการสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคเนดี

ช่วงทศวรรษที่ 1980-1990

ในช่วงที่อเมริกันแอร์ไลน์ย้ายสำนักงานใหญ่มาที่ฟอร์ตเวิร์ธ, รัฐเท็กซัส ในปีค.ศ. 1979 อเมริกันแอร์ไลน์ได้เปลี่ยนแผนปฏิบัติการเป็น "ฮับ-แอนด์-สโปค" ในปีค.ศ. 1981 และเปิดฐานการบินแห่งแรกที่ท่าอากาศยานนานาชาติดัลลาส/ฟอร์ตเวิร์ธ เปิดฐานที่สองในชิคาโกในปีค.ศ. 1982 พร้อมกับเปิดเส้นทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเส้นทางแรกไปยังลอนดอนในปีเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีการขยายฐานการบินไปอีกมากมาย

หลังจากได้มีฐานในไมอามีจากการเข้าซื้อเส้นทางบินจากอีสเทิร์นแอร์ไลน์ อเมริกันแอร์ไลน์ได้เข้ามามีบทบาทในลาตินอเมริกาและอเมริกาใต้ จนเป็นหนึ่งในสายการบินที่มีบทบาทมากที่สุดในพื้นที่

ในปีค.ศ. 1999 อเมริกันแอร์ไลน์ ร่วมกับบริติชแอร์เวย์, คาเธ่ย์แปซิฟิค, แคนาเดียนแอร์ไลน์, และควอนตัส ได้ก่อตั้งพันธมิตรทางการบินวันเวิลด์

ช่วงทศวรรษที่ 2000-2010

อเมริกันแอร์ไลน์ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงหลังจากเกิดเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน นอกจากจะสูญเสียเครื่องบินแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินของสายการบินในช่วงนั้น หลายๆ สายการบินจึงต้องยุบตัวหรือผนวกกิจการไปเช่น ทรานส์เวิลด์แอร์ไลน์ที่ผนวกกิจการเข้ากับอเมริกันแอร์ไลน์ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2001 และได้แย่ลงไปอีกครั้งในวิกฤตการณ์การเงิน ค.ศ. 2008 ส่งผลให้อเมริกันต้องปิดฐานการบินที่แคนซัสซิตีที่ได้รับต่อมาจากทีดับเบิลยูเอ

นอกจากนี้อเมริกันแอร์ไลน์ยังมีบทบาทในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเจแปนแอร์ไลน์ จนมีการทำกิจการร่วมค้าระหว่างสายการบินทั้งสอง

ในปีค.ศ. 2012 เอเอ็มอาร์คอร์ปอเรชั่น (อังกฤษ: AMR Corporation) บริษัทแม่ของอเมริกันแอร์ไลน์ ได้ประกาศล้มละลาย จึงได้มีการย่อธุรกิจลง สายการบินได้ยกเลิกเที่ยวบินบางเที่ยวบิน, ยกเลิกการบริการบางชนิด, รวมถึงอเมริกันอีเกิล สายการบินลูกของอเมริกัน ต้องปลดประจำการเครื่องบิน 35-40 ลำ

ในปีค.ศ. 2013 ยูเอสแอร์เวย์ได้ผนวกกิจการเข้ากับอเมริกันแอร์ไลน์ เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจของสายการบิน ทำให้อเมริกันเป็นสายการบินที่มีขนาดฝูงบินใหญ่มากที่สุดในโลก

ปัจจุบัน

ในช่วงแรกของการระบาดทั่วของโควิด-19 อเมริกันแอร์ไลน์ได้ลดพนักงานฝ่ายธุรกิจและบริหารลงกว่า 30% ก่อนที่ต้นปีค.ศ. 2020 จะลดพนักงานลงอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ อเมริกันแอร์ไลน์ได้ปลดประจำการเครื่องบินกว่า 100 ลำ ไม่ว่าจะเป็นแอร์บัส เอ330, เอ็มบราเออร์ อี-190, โบอิง 757, โบอิง 767, หรือซีอาร์เจ-200 และหลังจากนั้นก็ได้มีการฟื้นตัวมากขึ้น

กิจการองค์กร

กรรมสิทธิ์บริษัท

อเมริกันแอร์ไลน์มีการซื้อขายต่อสาธารณะผ่านบริษัทแม่ อเมริกันแอร์ไลน์กรุ๊ป ภายใต้ NASDAQ: AAL Nasdaq: AAL โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 12 พันล้านดอลลาร์ ณ ปี 2019

อเมริกันอีเกิลเป็นเครือข่ายของผู้ให้บริการระดับภูมิภาค 6 แห่งที่ดำเนินการภายใต้ข้อตกลงร่วมและข้อตกลงการบริการกับอเมริกัน ซึ่งให้บริการเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางในสหรัฐอเมริกา แคนาดา แคริบเบียน และเม็กซิโก สามสายการบินเหล่านี้เป็นอิสระและสามรายเป็นบริษัทในเครือของอเมริกันแอร์ไลน์กรุ๊ป: เอ็นวอยแอร์, เพียดมอนต์แอร์ไลน์, และ พีเอสเอแอร์ไลน์

เอกลักษณ์องค์กร

โลโก้

กูดริช เมอร์ฟี พนักงานของอเมริกันแอร์ไลน์ได้ออกแบบโลโก้ของสายการบินในปีค.ศ. 1931 ในการประกวดออกแบบโลโก้ แล้วในปีค.ศ. 1967 มาซิโม วิกเนลลี ได้ออกแบบโลโก้ให้อเมริกันใหม่ รวมถึงลวดลายของสายการบินด้วย

ในปีค.ศ. 2013 อเมริกันแอร์ไลน์ได้มีการรีแบรนด์ใหม่ จึงมีการออกแบบโลโก้และลวดลายใหม่ในหัวข้อ "A New American" โดยโลโก้มีส่วนมากจากโลโก้เก่าในปีค.ศ. 1967

ลวดลายอากาศยาน

ในช่วงแรก ลวดลายอากาศยานของอเมริกันแอร์ไลน์ไม่ได้มีรูปแบบตายตัว แต่ยังมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ก่อนที่รูปแบบอย่างเป็นทางการจะถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในปีค.ศ. 1930 โดยมีเหยี่ยวบนลำตัวเครื่อง เหยี่ยวได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสายการบินในเวลาต่อมา บนลำตัวเครื่องจะมีแถบสายฟ้าสีส้มพาดอยู่บนลำตัวเครื่อง แต่ถูกเปลี่ยนเป็นเส้นธรรมดาหลังจากมีการประจำการของเครื่องบินเจ็ต

ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 ได้มีการให้มาซิโม วิกเนลลีออกแบบลวดลายใหม่ โดยจะมีเส้นสีแดง ขาว และน้ำเงินพาดอยู่ตามลำตัวเครื่อง และโลโก้ AA บริเวณหางของเครื่องบิน โดยลวดลายนี้จะถูกใช้จนถึงปีค.ศ. 2013

ช่วงต้นปีค.ศ. 2013 อเมริกันแอร์ไลน์ได้เปิดตัวลวดลายใหม่ ในหัวข้อ "The New American" โดยได้มีการประกาศในเบื้องต้นว่าโลโก้และลวดลายใหม่นี้อาจได้ใช้เพียงระยะสั้น ก่อนที่จะให้พนักงานลงเสียง แล้วในที่สุดอเมริกันแอร์ไลน์ก็ได้คงลวดลายและโลโก้นี้ไว้ต่อไป และยังได้มีการคงลวดลายคงสายการบินต่างๆ ที่ควบรวมกิจการกับอเมริกันไว้ ได้แก่ เพียดมอนต์แอร์ไลน์, พีเอสเอ, อเมริกาเวสต์แอร์ไลน์, ยูเอสแอร์เวย์, รีโนแอร์, ทีดับเบิลยูเอ, และแอร์คาล

จุดหมายปลายทาง

อเมริกันแอร์ไลน์ให้บริการเที่ยวบินไปยัง 350 จุดหมายปลายทางใน 48 ประเทศ

ฐานการบิน

อเมริกันแอร์ไลน์มีฐานการบินทั้งหมด 10 ฐาน ดังนี้:

ชาร์ลอต - ฐานการบินสำหรับเที่ยวบินเข้าและออกจากบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐและแคริบเบียน โดยอาคารเทียบเครื่องบิน E เป็นการปฏิบัติการเที่ยวบินระดับภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ฐานการบินของยูเอสแอร์เวย์ในอดีต

ชิคาโก - ฐานการบินในฝั่งมิดเวสต์สหรัฐของอเมริกันแอร์ไลน์

ลอสแอนเจลิส - ฐานการบินสำหรับเที่ยวบินเข้าออกฝั่งตะวันออกของสหรัฐ

ดัลลาส-ฟอร์ตเวิร์ธ - ฐานการบินแรกและที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกันแอร์ไลน์ ให้บริการเที่ยวบินเข้าออกฝั่งใต้ของสหรัฐ

ไมอามี - ฐานการบินหลักของอเมริกันสำหรับเที่ยวบินในลาตินอเมริกาและแคริบเบียน

นิวยอร์ก-เจเอฟเค - ฐานการบินรองสำหรับเที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกของสายการบิน และเป็นฐานหลักของเที่ยวบินสู่อเมริกาใต้

นิวยอร์ก-ลากวาร์เดีย - ฐานการบินที่สองในนิวยอร์ก และเป็นฐานการบินให้กับอเมริกันแอร์ไลน์ชัตเทิล

ฟิลาเดลเฟีย - ฐานการบินหลักของอเมริกันสำหรับเที่ยวบินในฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ และเที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

ฟีนิกซ์-สกายฮาร์เบอร์ - ฐานการบินในเทือกเขาร็อกกีของอเมริกัน ฐานการบินของยูเอสแอร์เวย์ในอดีต

วอชิงตัน-เรแกน - ฐานการบินของอเมริกันในเมืองหลวงสหรัฐ และเป็นฐานการบินสำหรับอเมริกันแอร์ไลน์ชัตเทิล

พันธมิตรการบินและข้อตกลงการบินร่วม

อเมริกันแอร์ไลน์เป็นสมาชิกของพันธมิตรการบินวันเวิลด์และได้มีข้อตกลงการบินร่วมกับสายการบินดังต่อไปนี้:

กิจการร่วมค้า

อเมริกันแอร์ไลน์ได้ทำกิจการร่วมค้าระหว่างสายการบินดังต่อไปนี้:

บริติชแอร์เวย์

ฟินน์แอร์

ไอบีเรีย

เจแปนแอร์ไลน์

ควอนตัส

ฝูงบิน

ฝูงบินปัจจุบัน

ณ เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2025 อเมริกันแอร์ไลน์มีเครื่องบินประจำการในฝูงบิน ดังนี้:

อเมริกันแอร์ไลน์มีอายุฝูงบินเฉลี่ย 13.9 ปี

อุบัติเหตุและอุบัติการณ์

ณ เดือนมีนาคม ค.ศ. 2019 อเมริกันแอร์ไลน์ได้สูญเสียเครื่องบินเกือบหกสิบลำ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินขับเคลื่อนด้วยใบพัด รวมทั้งเครื่องบินใบพัดเครื่องบินล็อกฮีด แอล-188 อีเลคตร้า 3 ลำ (หนึ่งในนั้น อุบัติเหตุเครื่องบินตกในปี 2502 ของเที่ยวบิน 320 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต) อุบัติเหตุสองครั้งที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดในประวัติศาสตร์การบินของสายการบินและสหรัฐ ได้แก่ เที่ยวบินที่ 191 ในปีค.ศ. 1979 และเที่ยวบินที่ 587 ในปีค.ศ. 2001

วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544

การโจมตี 11 กันยายน (เรียกอีกอย่างว่า 9/11) เป็นการโจมตีของผู้ก่อการร้ายโดยกลุ่มก่อการร้ายอิสลามอัลกออิดะฮ์ ซึ่งได้ทำการปล้นจี้เครื่องบินทั้งหมดสี่ลำ โดยอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11 พุ่งเข้าชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 77 พุ่งเข้าชนอาคารเพนตากอน และยังมีเครื่องบินของยูไนเต็ดแอร์ไลน์อีกสองลำที่ถูกสลัดอากาศจี้ คือ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 ซึ่งชนตึกเวิลด์เทรดหลังเที่ยวบินที่ 11 และยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93 ที่ได้ตกลงในทุ่งหญ้าในเพนซิลเวเนีย หลังจากการต่อสู้ระหว่างผู้โดยสารกับสลัดอากาศจนทำให้สลัดอากาศไม่บรรลุเป้าหมาย เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในเช้าวันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 การโจมตีครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 3,000 คน รวมทั้งผู้ก่อการร้ายทั้ง 19 คน โดยได้มีความเสียหายให้กับมากกว่า 10 พันล้านดอลลาร์

ดูเพิ่ม

วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544

เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (พ.ศ. 2516–2544)

อ้างอิง

รายการอ้างอิง

บรรณานุกรม

แหล่งข้อมูลอื่น

เว็บไซต์ทางการ

เว็บไซต์ทางการอเมริกันแอร์ไลน์เวเคชัน

แหล่งที่มา: Wikipedia, CC BY-SA 4.0 · ดูบน Wikipedia ↗

Wikidata ↗