SBUX Starbucks Corporation - Common Stock

NASDAQ · Hotels, Restaurants & Leisure · ดูใน SEC EDGAR ↗
$103.66
ราคา · ส.ค. 21, 2026
ข้อมูลพื้นฐาน ณ วันที่ ก.ค. 29, 2026

เกี่ยวกับ Starbucks Corporation - Common Stock ภาพรวมบริษัทจาก Wikipedia

สตาร์บัคส์ เป็นร้านกาแฟจากอเมริกาในเมืองซีแอตเทิลในรัฐวอชิงตัน ในปี ค.ศ. 1971 โดย กอร์ดอน โบว์เกอร์, เจอร์รี บัลด์วิน และเซฟ ซีเกิล โดยช่วงแรกใช้โลโก้เป็นรูปไซเรน 2 หาง ก่อตั้งในฐานะร้านขายเมล็ดกาแฟคั่ว ต่อมาปี 1982 สตาร์บัคส์มีสาขา 5 สาขา และโฮเวิร์ด ชูลทส์ได้เข้ามาร่วมงานด้วย โดยดูแลด้านการตลาดและค้าปลีก ซึ่งเขาเป็นผู้แนะนำให้สตาร์บัคส์เปิดเป็นบาร์กาแฟ แต่หลายคนก็ไม่เชื่อในวิสัยทัศน์ของเขา ต่อมาชูลทส์ได้ลาออกจากบริษัท ไปเปิดบาร์กาแฟของตนเองชื่อ อิล จิออร์เนล และจำหน่ายกาแฟของสตาร์บัคส์ ในปี 1987 สตาร์บัคส์ประสบปัญหายุ่งยากจากการไม่สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้ ปี ค.ศ. 1988 อิล จิออร์เนลจึงซื้อกิจการด้านค้าปลีกไว้พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น สตาร์บัคส์ คอร์ปอเรชัน และจ้างนักบริหารมืออาชีพเข้ามาดูแล ปี 1992 สตาร์บัคส์ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ และในปี 1996 สตาร์บัคส์ได้เปิดสาขาแรกนอกอเมริกาเหนือที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมากกว่า 1 ใน 3 ของร้านสตาร์บัคส์ทั้งหมดอยู่ในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยแล้วสตาร์บัคส์เปิดสาขาใหม่เพิ่มวันละ 2 สาขาระหว่างปี 1987 และ 2007 บริษัทได้เริ่ม Caffe Starbucks เป็นระบบบริการออนไลน์โดยอาศัยเครือข่ายของ เอโอแอล

อ่านเพิ่มเติม

สตาร์บัคส์ (อังกฤษ: Starbucks) เป็นร้านกาแฟจากอเมริกาในเมืองซีแอตเทิลในรัฐวอชิงตัน ในปี ค.ศ. 1971 โดย กอร์ดอน โบว์เกอร์, เจอร์รี บัลด์วิน และเซฟ ซีเกิล โดยช่วงแรกใช้โลโก้เป็นรูปไซเรน 2 หาง ก่อตั้งในฐานะร้านขายเมล็ดกาแฟคั่ว ต่อมาปี 1982 สตาร์บัคส์มีสาขา 5 สาขา และโฮเวิร์ด ชูลทส์ได้เข้ามาร่วมงานด้วย โดยดูแลด้านการตลาดและค้าปลีก ซึ่งเขาเป็นผู้แนะนำให้สตาร์บัคส์เปิดเป็นบาร์กาแฟ แต่หลายคนก็ไม่เชื่อในวิสัยทัศน์ของเขา ต่อมาชูลทส์ได้ลาออกจากบริษัท ไปเปิดบาร์กาแฟของตนเองชื่อ อิล จิออร์เนล และจำหน่ายกาแฟของสตาร์บัคส์ ในปี 1987 สตาร์บัคส์ประสบปัญหายุ่งยากจากการไม่สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้ ปี ค.ศ. 1988 อิล จิออร์เนลจึงซื้อกิจการด้านค้าปลีกไว้พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น สตาร์บัคส์ คอร์ปอเรชัน และจ้างนักบริหารมืออาชีพเข้ามาดูแล ปี 1992 สตาร์บัคส์ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ และในปี 1996 สตาร์บัคส์ได้เปิดสาขาแรกนอกอเมริกาเหนือที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมากกว่า 1 ใน 3 ของร้านสตาร์บัคส์ทั้งหมดอยู่ในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยแล้วสตาร์บัคส์เปิดสาขาใหม่เพิ่มวันละ 2 สาขาระหว่างปี 1987 และ 2007 บริษัทได้เริ่ม Caffe Starbucks เป็นระบบบริการออนไลน์โดยอาศัยเครือข่ายของ เอโอแอล

สัญลักษณ์ของสตาร์บัคส์ครั้งแรกนั้นเป็นรูปนางเงือก ซึ่งเป็น นางเงือกไซเรนสองหาง (Norse Siren) ในเทพนิยายปรัมปรา เพื่อให้นึกถึงการผจญภัยในทะเล และปรับเปลี่ยนหลายครั้งและล่าสุดคือ ค.ศ. 2011 ในวาระการเฉลิมฉลองครบ 40 ปีของการดำเนินธุรกิจ

ปัจจุบันสตาร์บัคส์ มีสาขากว่า 27,984 สาขาทั้งในสหรัฐฯและในอีก 73 ประเทศ ในปีค.ศ. 2018 ประเทศไทยมีจำนวนสาขาทั้งหมด 336 สาขา อดีตประธานบริหาร โฮเวิร์ด ชูลทส์ (Howard Schultz)ประกาศลาออกเมื่อเดือนเมษายน 2017 ผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริหารปัจจุบันคือ เควิน จอห์นสัน (Kevin Johnson)

ประวัติ

ก่อตั้ง

สตาร์บัคส์สาขาแรกก่อตั้งขึ้นในซีแอทเทิล รัฐวอชิงตัน ในวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1971 โดย 3 ผู้ก่อตั้งที่ได้รู้จักกันในสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก คือ เจอร์รี บัลด์วิน ซึ่งเขาเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ, เซฟ ซีเกิล อาจารย์สอนประวัติศาสตร์ และ กอร์ดอน โบว์เกอร์ นักเขียน โดยพวกเขามีแรงบันดาลในที่จะขายเมล็ดกาแฟคุณภาพสูง และอุปกรณ์คั่วกาแฟโดย อัลเฟรด พีท หลังจากที่ได้สอนพวกเขาเกี่ยวกับการคั่วเมล็ดกาแฟ บริษัทได้นำชื่อจากหนังสือโมบิดิก คือ สตาร์บัค (Starbuck) หลังจากคิดค้นมาหลายชื่อเช่น "คาร์โกเฮาส์" (Cargo House) และ "พีควด" (Pequod) โบว์เกอร์ได้ปรึกษากับเทอร์รี เฮกเลอร์ ซึ่งเขากล่าวว่าตัวอักษร "st" นั้นดูแข็งแรง ผู้ก่อตั้งจึงรวมหัวกันคิดชื่อที่ขึ้นต้นด้วย "st" ซึ่งได้มีคนหนึ่งนำแผนที่เหมืองเก่าของเทือกเขาแคสเคด และเห็นชื่อเมืองในเหมืองที่ชื่อว่า "สตาร์โบ" (Starbo) และโบว์เกอร์ก็ได้ยกตัวละคร "สตาร์บัค" (Starbuck) และกล่าวว่า โมบิดิก ไม่ได้มีบทเด่นสำหรับสตาร์บัคส์ และชื่อนี้ฟังดูตรงกับความต้องการของเรา

สตาร์บัคส์สโตร์สาขาแรกตั้งขึ้นในซีแอทเทิล ที่ 2000 เวสต์เทิร์นอเวนิล ตั้งแต่ ค.ศ. 1971–1976 และสาขานี้ได้ย้ายไปยัง 1912 ไพก์เพลซ และไม่ได้มีการย้ายอีก ในช่วงนั้น ทางบริษัทได้จำหน่ายเพียงเมล็ดกาแฟคั่วเท่านั้น ยังไม่ได้จำหน่ายกาแฟสำเร็จรูป ซึ่งกาแฟสำเร็จรูปที่อยู่ในร้านเป็นเพียงแก้วทดลองซึ่งแจกฟรีให้กับลูกค้า โดยปีแรกพวกเขาได้ซื้อเมล็ดกาแฟจากพีท หลังจากนั้นจึงเริ่มซื้อจากชาวสวนโดยตรง

ขยายตัว

ในปี ค.ศ. 1984 เจ้าของบริษัทสตาร์บัคส์ นำโดยเจอร์รี บัลด์วิน ได้ทำการซื้อ พีทส์ ซึ่งในช่วงยุค 80 ยอดขายของกาแฟในสหรัฐอเมริกาค่อนข้างซบเซา แต่ยอดขายของกาแฟชนิดพิเศษกลับเพิ่มขึ้น 10% ของตลาดในปี ค.ศ. 1989 เทียบกับปี ค.ศ. 1983 ที่ 3% ในปี ค.ศ. 1986 บริษัทได้เปิดร้านแล้วถึง 6 สาขาในซีแอทเทิลโดยมีสาขาหนึ่งเริ่มทดลองขายกาแฟเอสเปรสโซ

ต่อมาในปี ค.ศ. 1987 ผู้บริหารได้ตัดสินใจขายสาขาของสตาร์บัคส์ให้กับผู้จัดการสาขา โฮเวิร์ด ชูลซ์ ได้ปรับปรุงร้านกาแฟ อิลจีออร์นาเลคอฟฟี ของเขาเป็นสตาร์บัคส์ และเริ่มต้นที่จะขยายสาขาออกไป ต่อมาในปีเดียวกัน สตาร์บัคส์ได้ขยายสาขาไปยังนอกซีแอทเทิลสาขาแรก ที่สถานีวอเตอร์ฟรอนต์ ที่แวนคูเวอร์ ใน รัฐบริติชโคลัมเบีย และ ชิคาโก ในรัฐอิลลินอย ในปี ค.ศ. 1989 ได้มีร้านถึง 46 สาขาทั้งในเขตนอร์ธเวสต์และมิดเวสต์ อีกทั้งสตาร์บัคส์ยังได้ขายกาแฟไปถึง 2,000,000 ปอนด์ (907,185 กิโลกรัม)

และถึงเวลาที่จะทำการเสนอขายหุ้นครั้งแรกให้แก่สาธารณชน บนตลาดหุ้นในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1992 ซึ่งในขณะนั้นมีร้านถึง 140 สาขา และรายได้ 73.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี ค.ศ. 1987 โดยบริษัทมีมูลค่าทางการตลาด 271 ล้านดอลลาร์สหรัฐในตอนนั้น โดยหุ้น 12% ของบริษัทได้ถูกขายและเพิ่มขึ้นประมาณ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มตามร้านค้าที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าในสองปีถัดมา ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1992 สตาร์บัคส์ได้มีมูลค่ามากขึ้น 70% และมีกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 เท่าจากปีก่อน

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2013 มากกว่า 10% ของการซื้อสินค้าในร้านมาจากอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือผ่านแอปพลิเคชันสตาร์บัคส์ โดยบริษัทได้ทำโปรโมชัน "ทวีตอะคอฟฟี" (Tweet-a-Coffee) เพื่อส่งเสริมการซื้อผ่านโทรศัพท์มือถือในเดือนตุลาม ค.ศ. 2013 ในโอกาสนี้ โปรโมชันที่ใช้ทวิตเตอร์ ซึ่งลูกค้ามีโอกาสได้รับบัตรของขวัญมูลค่า 5 ดอลลาร์ สำหรับเพื่อนที่เมนชัน "@tweetacoffee" และเพื่อนที่แท็กในทวีต โดยคีย์โฮลได้ตรวจสอบเกี่ยวกับแคมเปญนี้ โดยวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 2013 ได้รายงานว่า มี 27,000 คนเข้าร่วมแคมเปญนี้ และมียอดซื้อถึง 180,000 ดอลลาร์สหรัฐในวันเดียวกัน

ตลาดใหม่

สาขาแรกของสตาร์บัคส์ที่ตั้งอยู่นอกอเมริกาเหนือตั้งอยู่ที่ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1996 ต่อมาได้เข้าทำตลาดในสหราชอาณาจักร ในปี ค.ศ. 1998 ด้วยมูลค่า 83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยร้าน 56 สาขา และปรับปรุงร้านภายใต้ชื่อ สตาร์บัคส์ ต่อมาในเดือนกันยายน ค.ศ. 2002 สตาร์บัคส์ได้เปิดสาขาแรกในลาตินอเมริกา ที่เม็กซิโกซิตี ซึ่งในขณะนี้มีมากกว่า 500 สาขาในประเทศเม็กซิโก อีกทั้งยังมีแผนที่จะขยายเป็น 850 สาขาใน ค.ศ. 2018

ในปี ค.ศ. 1999 สตาร์บัคส์ได้ทดลองตลาดใหม่ด้วยการเปิดร้านอาหารในซานฟรานซิสโกเบย์ ซึ่งร้านมีชื่อว่า "เซอร์คาเดีย" (Circadia) ซึ่งอนาคตจะมีการเปลี่ยนเป็นสตาร์บัคส์ คาเฟ่

ต่อมาในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2002 สตาร์บัคส์ได้ก่อตั้งบริษัทค้าขายกาแฟในโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อซื้อเมล็ดกาแฟเขียว ซึ่งธุรกิจอื่น เช่น ร้านกาแฟ ยังคงจัดการจากซีแอทเทิลโดยตรง

ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2003 สตาร์บัคส์ได้ซื้อ ซีแอทเทิลส์เบสต์คอฟฟี และ ทอร์เรฟาซีโอเน อีตาเลีย จาก เอเอฟซีเอนเตอร์ไพรซ์ ด้วยมูลค่า 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้มีร้านสตาร์บัคส์เพิ่ม 150 สาขา แต่ตามรายงานของซีแอทเทิลโพสต์-อินเทลิเจนเซอร์ กล่าวว่าทำให้ธุรกิจค้าส่งมีสัญญาณที่ดีขึ้น ต่อมาในเดือนกันยายน ค.ศ. 2006 ดายดริชคอฟฟี ได้ยืนยันที่จะขายบริษัทและร้านค้าทั้งหมดให้กับสตาร์บัคส์ รวมถึงสาขาของร้านคอฟฟีพีเพิล ในรัฐออริกอนด้วย ทำให้ต่อมาได้เปลี่ยนร้านทั้งหมดเป็นสตาร์บัคส์ ยกเว้นร้านคอฟฟีพีเพิลในสนามบินนานาชาติพอร์ตแลนด์

ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2003 สตาร์บัคส์ได้เปิดสาขาแรกในอเมริกาใต้ ตั้งอยู่ในลิมา ประเทศเปรู

ในปี ค.ศ. 2007 บริษัทได้ทำการเปิดสาขาแรกในประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็น 10 ปีหลังจากได้จดทะเบียนการค้าที่นี่

ต่อมาในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2008 พวกเขาได้ซื้อบริษัทผู้ผลิตเครื่องคั่วกาแฟ และได้ทดสอบการทำกาแฟสดที่ร้านสตาร์บัคส์ในซีแอทเทิล, แคลิฟอร์เนีย, นิวยอร์ก และบอสตัน

ต้นปี ค.ศ. 2008 สตาร์บัคส์ได้เปิดเว็บไซต์คอมมูนิตี "มายสตาร์บัคส์ไอเดีย" เพื่อเก็บข้อสงสัยและความคิดเห็นจากลูกค้า ซึ่งผู้ใช้สามารถให้ความคิดเห็นและโหวตได้ ซึ่งให้บริการโดย เซลส์ฟอร์ซดอตคอม

ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2008 ได้มีการเปิดตัวบัตรสตาร์บัคส์ (เปลี่ยนจากบัตรของขวัญ) ซึ่งนำเสนอการใช้วายฟายฟรีภายในร้าน, การไม่คิดค่านมถั่วเหลืองและไซรัป รวมไปถึงกาแฟ, กาแฟเย็น และชา สามารถเติมฟรีได้ ต่อมาในปี ค.ศ. 2009 สตาร์บัคส์ได้เริ่มทดสอบแอปพลิเคชันบนมือถือของบัตรสตาร์บัคส์ ซึ่งจะเก็บมูลค่าของบัตรเพื่อนำมาซื้อสินค้าภายในร้าน สตาร์บัคส์ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มกราคม ค.ศ. 2011

ในวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 สตาร์บัคส์ได้ทำการยื่นซื้อ ทีวานา ในราคา 620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และข้อเสนอได้เสร็จสิ้นในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2012

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013 สตาร์บัคส์ได้เปิดสาขาแรกในโฮจิมินห์ซิตี ประเทศเวียดนาม และประกาศว่าจะเปิดสาขาในประเทศโคลอมเบีย ในปลายเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2013 ในการประชุมที่โบโกตา ซึ่งประธานบริษัทได้กล่าวว่า "สตาร์บัคส์เคารพและชื่นชอบประเพณีของกาแฟในโคลอมเบีย"

เดือนสิงหาคม ค.ศ. 2014 สตาร์บัคส์ได้เปิดสาขาแรกในวิลเลียมส์เบิร์ก ในบรูกลิน ซึ่งสาขานี้เป็นหนึ่งใน 30 สาขาของสตาร์บัคส์ที่วางขายเบียร์และไวน์.

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2014 ได้มีการเปิดเผยว่าสตาร์บัคส์จะได้หุ้นอีก 60.5% ในร้านสตาร์บัคส์ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งยังไม่ได้เป็นเจ้าของ ที่ราคา 913.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เดือนสิงหาคม ค.ศ. 2015 สตาร์บัคส์ได้ยืนยันที่จะเปิดสาขาใน ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นสาขาในประเทศที่ 16 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยร้านแรกจะตั้งที่พนมเปญ ในปลายปี ค.ศ. 2015

ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 สตาร์บัคส์ได้ยืนยันที่จะทำตลาดในประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นประเทศที่ 24 ในทวีปยุโรป โดยจะเปิดสาขาแรกในมิลาน ภายในปี ค.ศ. 2017 ในเดือนสิงหาคม ฟลักซ์พอร์ต บริษัทสตาร์ตอัป ได้เปิดตัว "ชี" (Qi) ซึ่งเป็นแท่นชาร์จแบตเตอรี โดยเลือกที่จะใช้ในร้านที่ประเทศเยอรมนี

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2016 สตาร์บัคส์ได้เปิดตัวซีรีส์ "อัปสแตนเดอร์" (Upstanders) ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากชาวอเมริกันเกี่ยวกับความเมตตา, ความเป็นพลเมือง และความสุภาพ ซีรีส์จะมีทั้งแบบพอดแคสต์, คำพูด และวิดีโอ โดยจะออกอากาศทางแอปพลิเคชันสตาร์บัคส์, ออนไลน์ และดิจิทัลเน็ตเวิร์กของร้าน

การบริหารกิจการ

โฮเวิร์ด ชูลซ์ ประธานบริษัทได้กล่าวถึงการเติบโตที่ต่อเนื่องของกิจการตามวัฒนธรรมองค์กร

ชูลซ์ ได้ขึ้นมารับตำแหน่งประธานกรรมการจนถึงปี ค.ศ. 2000 โอริน ซี. สมิธ ได้เป็นประธานต่อจากชูลซ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 จนถึง ค.ศ. 2005

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2008 ชูลซ์ ได้กลับมารับตำแหน่งอีกครั้งหลังจาก 8 ปีผ่านไป โดยรับตำแหน่งแทน จิม ดอนัลด์ ประธานคนก่อนหน้า ซึ่งรับตำแหน่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 และลาออกในปี ค.ศ. 2007 เนื่องจากยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง ชูลซ์ มีเป้าหมายที่จะกู้คืนสตาร์บัคส์ด้วยการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยนักวิเคราะห์การตลาดเชื่อว่า ชูลซ์ จะต้องกำหนดวิธีการที่จะรับมือต้นทุนที่สูงขึ้นและราคาของสินค้าที่ลดลง ซึ่งต้องแข่งขันกับร้านอาหารจานด่วนที่มีราคาถูกอย่างแมคโดนัลด์ และ ดังกิ้นโดนัท ทำให้สตาร์บัคส์ตัดสินใจที่จะยกเลิกแซนด์วิชอุ่นร้อน ซึ่งเป็นเมนูอาหารเช้าที่เคยมีแผนจะเปิดตัวทั่วประเทศในปี ค.ศ. 2008 โดยตั้งเป้าที่จะมีจุดมุ่งหมายทางด้านการขายกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาก็นำมาขายอีกครั้งเนื่องจากมีข้อร้องเรียนจำนวนมากและยังคงอยู่ในสายการผลิต

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2015 ทรอย อัลสเตด ผู้บริหารเชิงปฏิบัติการของสตาร์บัคส์ ได้ตัดสินใจที่จะลาออกเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ต่อมา เควิน จอห์นสัน จึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารเชิงปฏิบัติการแทนอัลสเตด

ต่อมาในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2015 สตาร์บัคส์ได้ทำการจ้างผู้บริหารทางด้านเทคโนโลยีคนแรก โดย แกร์รี มาร์ติน-ฟลิกกินเกอร์ เข้ามารับตำแหน่งเพื่อที่จะพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี

การดำเนินการหลักในการควบคุมคุณภาพของสตาร์บัคส์คือการติดต่อกับชาวสวนที่จะรักษาเมล็ดกาแฟ, การคั่วเมล็ดกาแฟ และการจัดการกระจายสินค้าไปยังสาขาของสตาร์บัคส์ นอกจากนี้สตาร์บัคส์และชาวสวนจะต้องตกลงราคาในการขายเมล็ดกาแฟร่วมกัน

สินค้า

ในปี ค.ศ. 1994 สตาร์บัคส์ได้ซื้อ เดอะคอฟฟีคอนเนคชัน เพื่อที่จะได้สิทธิในการใช้, ผลิต, ทำการตลาด และ ขายเครื่องดื่มแฟรปปูชิโน โดยเครื่องดื่มได้ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อของสตาร์บัคส์ในปี ค.ศ. 1995 โดยในปี ค.ศ. 2012 สตาร์บัคส์ได้ประกาศว่ายอดขายแฟรปปูชิโนขายไปแล้วมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

บริษัทได้เริ่มผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพใน ค.ศ. 2008 ซึ่งรวมไปถึงเครื่องดื่มในรูปแบบโลว์แคลลอรีและไม่มีน้ำตาล โดยจะใช้นมพร่องมันเนยแทนนมปกติ และสามารถเพิ่มความหวานได้ด้วยสิ่งที่ให้ความหวานจากธรรมชาติ (เช่น น้ำตาลทราย, น้ำเชื่อม หรือน้ำผึ้ง), สารให้ความหวาน (เช่น สวีตแอนด์โลว์, สเปลนดา, อีควอล). สตาร์บัคส์ได้เลิกขายผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่ถูกเลี้ยงด้วย rBGH ในปี ค.ศ. 2007

ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2009 บริษัทได้ยืนยันที่จะปรับปรุงเมนูใหม่ อีกทั้งยังขายสลัดและเบเกอรีโดยไม่ใช้ไซรัปที่มีฟรักโทสสูงหรือการใช้ส่วนผสมเทียม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คาดว่าจะดึงดูดลูกค้าที่รักสุขภาพ โดยไม่เพิ่มต้นทุนและราคา

สตาร์บัคส์ได้เปิดตัวกาแฟสำเร็จรูป มีชื่อว่า "VIA Ready Brew" ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2009 โดยเปิดตัวครั้งแรกในนิวยอร์ก อีกทั้งยังทดลองขายในซีแอทเทิล, ชิคาโก และลอนดอน โดย เวีย 2 รสชาติแรกคือ อิตาเลียนโรสต์ และ โคลอมเบีย ซึ่งทั้ง 2 รสชาติเลิกวางขายในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2009 โดยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาจะมีการทำโปรโมชัน บลายด์เทสต์ (Blind taste) เพื่อที่จะให้ลูกค้าทดลองชิมกาแฟเพียงลิ้มรสอย่างเดียว

สตาร์บัคส์เริ่มขายเบียร์ และ ไวน์ ในบางสาขาที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 2010 ต่อมาในเดือนเมษายน ค.ศ. 2012 มีการขายเบียร์และไวน์ใน 7 สาขา

ในปี ค.ศ. 2011 สตาร์บัคส์เปิดตัวขนาดแก้วใหม่ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด เรียกว่า "เตรนตา" (Trenta) โดยมีขนาด 31 ออนซ์ ต่อมาในเดือนกันยายน ค.ศ. 2012 สตาร์บัคส์ได้เปิดตัว "เวริสโม" (Verismo) เครื่องทำกาแฟขนาดเล็ก ซึ่งมีที่ใส่นมสำหรับการทำลาตเทด้วย

ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 2011 สตาร์บัคส์ได้ทำการประกาศว่าได้ซื้ออีโวลูชันเฟรช บริษัทน้ำผลไม้ ด้วยมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแผนที่จะทำการขายน้ำผลไม้ในช่วงกลางปี ค.ศ. 2012 เพื่อตีตลาดแข่งกับ จัมบา โดยสาขาแรกที่วางขายน้ำผลไม้คือสาขาในซานเบอร์นาร์ดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย และวางแผนที่จะวางขายในซานฟรานซิสโกซึ่งได้วางขายในช่วงต้นปี ค.ศ. 2013

ในปี ค.ศ. 2012 สตาร์บัคส์ได้เริ่มขายเครื่องดื่มสำเร็จรูปแบบเย็นที่มีสารสกัดจากเมล็ดกาแฟอาราบิกา ซึ่งเครื่องดื่มจะมีรสชาติของผลไม้และจะมีคาเฟอีน ผสมอยู่ด้วย แต่โฆษณาว่าผสมกาแฟ ซึ่งกระบวนการสกัดมาจากการนำเมล็ดกาแฟลงไปแช่ในน้ำ

ในวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2013 สตาร์บัคส์ได้เริ่มที่จะเผยแพร่จำนวนแคลลอรีของเครื่องดื่มและอาหารที่สตาร์บัคส์ทุกสาขาในสหรัฐอเมริกา

ใน ค.ศ. 2014 สตาร์บัคส์เริ่มผลิตโซดา โดยมีชื่อว่า "ฟิซซิโอ" (Fizzio)

ในปี ค.ศ. 2015 สตาร์บัคส์ได้เริ่มวางขายกะทิ ซึ่งเป็นทางเลือกในการปรุงเครื่องดื่มจากนมและถั่วเหลือง

ชา

สตาร์บัคส์ได้เริ่มทำการตลาดชาในปี ค.ศ. 1999 หลังจากซื้อ "ทาโซ" (Tazo) ด้วยมูลค่าทางการตลาด 8.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปลายปี ค.ศ. 2012 สตาร์บัคส์ได้ซื้อ ทีวานา ด้วยราคา 620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2012 ไม่มีความตั้งใจในการที่จะขยายตลาดของร้านค้าทีวานา แม้ว่าจะเคยวางแผนที่จะวางตลาดในสาขาในห้างสรรพสินค้า ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2015 สตาร์บัคส์ได้เริ่มที่จะวางขายทีวานาในสาขาของสตาร์บัคส์ ทั้งเครื่องดื่มสำเร็จรูปและในแบบขายปลีก

คุณภาพของกาแฟ

เควิน น็อก ซึ่งดูแลและควบคุมคุณภาพของโดนัท ในร้านสตาร์บัคส์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 จนถึง 1993 ได้เขียนบนบล็อกของเขาในปี ค.ศ. 2010 ว่า จอร์จ โฮเวลล์นักตรวจสอบคุณภาพกาแฟ ผู้ก่อตั้งคัพออฟเอกเซเลนซ์ ซึ่งได้วิตกเมื่อสตาร์บัคส์ได้ขายกาแฟคั่วสีดำ ในปี ค.ศ. 1990 โดยได้เปิดเผยกับนิวยอร์กไทมส์ ในปี ค.ศ. 2008 โฮเวลล์ได้ระบุว่าการคั่วเมล็ดกาแฟเข้มสีดำของสตาร์บัคส์ ไม่ได้ทำให้กาแฟมีรสเข้มขึ้น แต่ทำลายความแตกต่างของรสชาติจากกาแฟปกติ คอนซูเมอร์รีพอตส์ ฉบับเดือนมีนาคม ค.ศ. 2007 ได้จัดอันดับกาแฟของสตาร์บัคส์ไว้ต่ำกว่ากาแฟพรีเมียมของแมคโดนัลด์ โดยให้ความเห็นว่า "รสเข้มแต่มีความขมพอที่จะทำให้น้ำตาไหลได้" ตามรายงานของไทม์ ในปี ค.ศ. 2010 มีการวิจารณ์จำนวนมากว่ากาแฟของสตาร์บัคส์คั่วนานเกินไป

แม้ว่าการชงกาแฟสดจะมีในทุกสาขาของสตาร์บัคส์ แต่บริษัทไม่ได้มีการโฆษณามากนัก เพราะมีวิธีการที่ยุ่งยากและมีผลกำไรที่ต่ำกว่าเอสเปรสโซปกติ

สินค้าอื่น

ในปี ค.ศ. 2012 สตาร์บัคส์ได้เปิดตัว สตาร์บัคส์ เวริสโม ซึ่งเป็นเครื่องทำกาแฟขนาดเล็กที่สามารถทำเอสเปรสโซและช็อกโกแลตจากเครื่องได้ โดยตัวเครื่องใช้ระบบ K-Fee และมีถ้วยชนกาแฟที่มีถ้วยเดียว ในการวิจารณ์ของคอนซูเมอร์รีพอตส์ต่อรุ่น 580 นั้นได้ทดสอบและระบุไว้ว่า "การล้างถ้วยทุกครั้งไม่ใช่ความสะดวกสบายของการทำกาแฟในเวลาที่ต้องการหลาย ๆ ถ้วย ส่วนรุ่นอื่น ๆ ยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมที่จะสามารถปรับระดับความเข้มได้ แต่เวริสโมมีเพียงปุ่มทำกาแฟ, เอสเปรสโซ และ ลาทเต ไม่มีปุ่มที่จะปรับระดับความเข้ม เหมือนสตาร์บัคส์ต้องการที่จะจำกัดในการใช้แบรนด์ของพวกเขา ซึ่งมีเพียง 8 รูปแบบในการใช้นมสำหรับการทำลาทเต"

สาขา

บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ซีแอทเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยมีพนักงาน 3,501 คน (ข้อมูลในเดือนมกราคม ค.ศ. 2015)

สาขาปัจจุบัน

ในวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 2022 สตาร์บัคส์เปิดสาขาใน 70 ประเทศและดินแดนปกครองตนเอง

ร้านค้าอิสระ

อย่างไรก็ตาม สตาร์บัคส์ ยังมีร้านค้าที่ตั้งอยู่อย่างอิสระกับร้านค้าอื่น คือ อาโฮลด์เดลไฮซ์, บานส์แอนด์โนเบิล, ทาร์เก็ต, ทอมทัมบ์ ในปี ค.ศ. 2015 มีสาขาอิสระถึง 4,962 สาขา

จำนวนสาขา

ในปี ค.ศ. 2008 สตาร์บัคส์ได้ขยายสาขาเพิ่มในอาร์เจนตินา, เบลเยียม, บราซิล, บัลแกเรีย, สาธารณรัฐเช็ก และ โปรตุเกส

อีกทั้งยังขยายสาขาไปยังสแกนดิเนเวียที่ประเทศโปแลนด์ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2009 อีกทั้งขยายสาขาในยูเทรกต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ และ ท่าอากาศยานสต็อกโฮล์ม-อาร์ลันดา ที่ประเทศสวีเดน ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน

ในปี ค.ศ. 2010 ได้ขยายสาขาไปยังตลาดใหม่ ซึ่งในเดือนพฤษภาคม โรงแรมเซาเทิร์นซัน ในประเทศแอฟริกาใต้ได้ประกาศว่าพวกเขาได้เซ็นสัญญากับสตาร์บัคส์ในการเปิดร้านขายกาแฟในโรงแรมเซาเทิร์นซันและโรงแรมซองกาซัน ซึ่งมีทำให้สตาร์บัคส์สามารถเปิดร้านได้ทันในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ต่อมาในเดือนมิถุนายน สตาร์บัคส์ได้เปิดร้านแรกในบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี และในเดือนพฤศจิกายน ได้เปิดสาขาในอเมริกากลาง ตั้งอยู่ในซานซัลวาดอร์ เมืองหลวงของประเทศเอลซัลวาดอร์

ต่อมาในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2010 สตาร์บัคส์ได้เปิดตัวสาขาแรกที่ตั้งอยู่บนทะเล โดยความร่วมมือกับรอยัลแคริบเบียนอินเตอร์เนชันแนล ซึ่งได้เปิดร้านบนเรือเอ็มเอส อัลลัวร์ออฟเดอะซีส์ ซึ่งเป็นเรือลำใหญ่อันดับสองของบริษัท และเรือใหญ่ลำดับสองของโลก

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2011 สตาร์บัคส์ และ ทาทาคอฟฟี ผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของเอเชีย ได้วางแผนเป็พันธมิตรเชิงกุลยุทธ์ร่วมกันเพื่อที่จะเปิดสาขาในประเทศอินเดีย โดยใช้แหล่งวัตถุดิบของเมล็ดกาแฟจากทาทาคอฟฟีในเมืองโคดากู แม้จะเคยล้มเหลวในปี ค.ศ. 2007 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2012 สตาร์บัคส์ได้เปิดเผยถึงหุ้นส่วนกับทาทาคอฟฟี ซึ่งถือหุ้นร่วมกัน 50:50 โดยใช้ชื่อว่า ทาทาสตาร์บัคส์ ซึ่งจะใช้ชื่อนี้สำหรับการทำการค้าในประเทศอินเดียเท่านั้น โดยสาขาแรกเปิดที่เมืองมุมไบ ในวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2012.

ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 สตาร์บัคส์ได้เริ่มทำการขายกาแฟในประเทศนอร์เวย์โดยใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น โดยสาขาแรกเปิดในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 ที่ ท่าอากาศยานออสโล การ์เดอร์มอน ต่อมาในเดือนตุลาคม สตาร์บัคส์ได้เปิดสาขาในปักกิ่ง ประเทศจีน ที่ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ภายในเทอร์มินัลที่ 3 (ผู้โดยสารขาออกต่างประเทศ) ทำให้สาขานี้เป็นสาขาที่ 500 ในประเทศจีน, เป็นสาขาที่ 7 ในสนามบิน โดยมีแผนที่จะขยายสาขาในประเทศจีนเป็น 1,500 สาขา ภายในปี ค.ศ. 2015 ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2012 สตาร์บัคส์ได้เปิดสาขาใหม่ในประเทศฟินแลนด์ ที่ท่าอากาศยานเฮลซิงกิ ในเมืองวันดา

ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2012 สตาร์บัคส์ได้วางแผนที่จะขยายเป็น 1,000 สาขาในสหรัฐอเมริกาภายในระยะเวลา 5 ปี ในเดือนเดียวกันนั้นได้มีการเปิดสาขาของสตาร์บัคส์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ภายในมหาวิทยาลัยอาลาบามาส์ เฟอร์กูสัน

ในปี ค.ศ. 2013 สตาร์บัคส์ได้จับมือกับซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติเดนมาร์ก ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยเปิดสาขาแรกในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2013 ในเมืองออลบอร์ และ ออร์ฮูส

สตาร์บัคส์ได้ประกาศว่าจะเปิดสาขาในประเทศโบลิเวียในปี ค.ศ. 2014 ตั้งอยู่ในเมืองซันตาครุซเดลาเซียรา และสาขาแรกในประเทศปานามาในปี ค.ศ. 2015

ในวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2015 สตาร์บัคส์ได้เปิดสาขาใน ดิสนีส์แอนิมอลคิงดอม ที่ดิสคัฟเวอรีไอส์แลนด์ โดยสวนสนุกนี้ไม่อนุญาตให้ใช้หลอดพลาสติกเนื่องจากอาจจะเป็นอันตรายต่อสัตว์ ทำให้สาขานี้จึงใช้หลอดพิเศษสำหรับเครื่องดื่มเย็น ทำให้สาขานี้เป็นสาขาที่ 6 ของสตาร์บัคส์ที่เปิดภายในวอลต์ดิสนีย์เวิลด์รีสอร์ต

บิล สลีธ รองประธานด้านดีไซน์ของสตาร์บัคส์ ได้เห็นถึงความต้องการที่จะสร้างความแปลกใหม่ของร้าน โดยเขากล่าวว่า "ลูกค้าไม่ต้องการที่จะเดินเข้ามาในร้านที่ดาวน์ทาวน์ของซีแอทเทิล, เดินเข้าไปในร้านชานเมืองของซีแอทเทิล และมาที่ซานโฮเซ แล้วเห็นร้านเหมือน ๆ กัน" และได้กล่าวต่อว่า "ลูกค้าได้พูดว่า ‘ทุกที่ที่ฉันไปมีเหมือนกันหมด’ ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี เราต้องการที่จะทำร้านให้แตกต่างกัน" ในการจัดการตกแต่งร้านของสตาร์บัคส์ จะพยายามทำให้แบรนด์มีเอกพจน์ แต่การตกแต่งจะแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นนั้น

สตาร์บัคส์เปิดร้านแรกบนเกาะ ในต้นปี ค.ศ. 2015 ที่ย่านธุรกิจของท่าเรือเซนต์ปีเตอร์ ในเกิร์นซีย์

ต่อมาในวันที่ 10 กันยายน สตาร์บัคส์ได้เปิดสาขาแรกในประเทศอาเซอร์ไบจาน ที่ห้างสรรพสินค้าพอร์ตบากู

ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2013 โฮเวิร์ด ชูลซ์ ประธานกรรมการบริษัท ได้ยืนยันอย่างเป็นส่วนตัวว่าจะเปิดสาขาในประเทศโคลอมเบีย โดยสาขาแรกจะเปิดในปี ค.ศ. 2014 ที่โบโกตา และขยายอีก 50 ร้านในเมืองใหญ่ของประเทศภายใน 5 ปี ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลประเทศโคลอมเบียกับองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา สำหรับการเสริมสร้างวัฒนธรรมการปลูกกาแฟในท้องถิ่นและแบ่งปันมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้กับคนทั่วโลก โดยสตาร์บัคส์ได้ร่วมหุ้นกับอัลซี และ กรูโปนูเตรซา สำหรับวัตถุดิบในประเทศ หลังจากสร้างศูนย์ส่งเสริมเกษตรกรในเมืองมานีซาเลส

ในวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 2015 สตาร์บัคส์ได้เปิดสาขาในอัลมาเตอ ประเทศคาซัคสถาน โดยวันต่อมาก็ได้เปิดเพิ่มอีก 1 สาขา

สตาร์บัคส์สาขาแรกในประเทศสโลวาเกียเปิดในอูพาร์ก ตั้งอยู่ในบราติสลาวา ในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 อีกทั้งยังยืนยันที่จะเพิ่มอีก 2 สาขาในบราติสลาวาภายในช่วงปลายปี ค.ศ. 2016

ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 ชูลซ์ ได้ประกาศว่าจะเปิดสาขาในประเทศอิตาลี โดยจะเปิดสาขาแรกในมิลาน ภายในปี ค.ศ. 2017

สาขาในอดีต

ในปี ค.ศ. 2003 หลังจากที่ต่อสู้ในการแข่งขันกับร้านกาแฟท้องถิ่นอย่างยาวนาน สตาร์บัคส์ได้ปิด 6 สาขาใน ประเทศอิสราเอล โดยระบุว่า "มีความท้าทายในการดำเนินงานมากเกินไป" และ "มีความยากลำบากทางสภาพแวดล้อมของธุรกิจ"

สตาร์บัคส์ในพระราชวังต้องห้าม ในปักกิ่ง ได้ปิดตัวลงเมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2007 ซ฿่งเป็นที่ถกเถียงกันอย่างต่อเนื่องในความเหมาะสมตั้งแต่เปิดร้านใน ค.ศ. 2000 ซึ่งผู้ประท้วงได้อ้างว่าการที่มีร้านค้าอเมริกันมาตั้งในพระราชวังต้องห้ามเป็นการ "เหยียบย่ำวัฒนธรรมจีน"

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2008 บริษัทได้ยืนยันที่จะปิด 600 สาขาที่มีประสิทธิภาพต่ำ และลดการขยายสาขาในสหรัฐอเมริกาเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตไม่แน่นอน ในวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 2008 สตาร์บัคส์ได้ตัดแรงงานที่ไม่ได้อยู่ในร้านค้าอีก 600 ตำแหน่ง เพื่อสร้างแบรนด์ให้มีกำไรมากขึ้น ซึ่งการตัดแรงงานทำให้พนักงาน 550 คนยังว่างงานหลังจากถูกปลดออกจากงาน ซึ่งการกระทำครั้งนี้ทำให้ระยะของการขยายตัวและเติบโตของบริษัทได้สิ้นสุดลง นับตั้งแต่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางยุค 90

อีกทั้งสตาร์บัคส์ยังประกาศออกมาในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2008 ในเรื่องของการปิด 61 จาก 84 สาขาในประเทศออสเตรเลีย ในเดือนถัดไป โดย นิก ไวลส์ นักวิเคราะห์สถิติการจัดการของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ได้กล่าวว่า "สตาร์บัคส์ไม่เข้าถึงวัฒนธรรมร้านกาแฟในออสเตรเลีย" ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2014 สตาร์บัคส์ได้ยืนยันว่าบริษัทได้ขาดทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศออสเตรเลีย และขายร้านค้าที่ยังคงเหลือให้กับวีเธอส์กรุป

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2009 สตาร์บัคส์ได้ประกาศปิดร้านค้า 300 ร้าน และปลดพนักงานอีก 7,000 ตำแหน่ง ซึ่ง ชูลซ์ ได้กล่าวว่าเขาได้รับการพิจารณาจากบอร์ดให้ลดเงินเดือนของเขาด้วย ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 จนถึง เดือนมกราคม ค.ศ. 2009 สตาร์บัคส์ได้ปลดพนักงานในสหรัฐอเมริกาถึง 18,400 ตำแหน่ง และปิดร้านค้าทั่วโลก 977 ร้าน

ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2009 อาโฮลด์ได้ประกาศปิดและปรับปรุงร้านสตาร์บัคส์ 43 แห่งในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่มีการปิดร้านทั้งหมด ซึ่งพวกเขายังมีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีก 5 ร้านภายในปี ค.ศ. 2009

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2012 บริษัทได้ประกาศที่จะปิดร้านค้าในทวีปยุโรปที่ขาดทุนทันที

สตาร์บัคส์ในประเทศไทย

สตาร์บัคส์เปิดสาขาแรกในไทยที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม เมื่อปี พ.ศ. 2541 สาขาไดรฟ์-ทรูแห่งแรกที่ศูนย์การค้าพอร์โต ชิโน จังหวัดสมุทรสาคร ในปี พ.ศ. 2555 สาขารีเสิร์ฟ เอ็กซ์พีเรียนซ์ แห่งแรกที่ศูนย์การค้าเกษร ในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งต่อมาได้ขยายไปยังศูนย์การค้าอื่น ๆ เช่น สยามสแควร์วัน, เซ็นทรัลเวิลด์

ในปี พ.ศ. 2562 สตาร์บัคส์ได้ขายสิทธิ์การบริหารให้แก่บริษัท คอฟฟี่ คอนเซ็ปต์ รีเทล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างแม็กซิม แคนเทอเรอร์ จากฮ่องกง กับเอฟแอนด์เอ็น รีเทล คอนเนคชัน ในเครือไทยเบฟเวอเรจ และอีกสองปีต่อมาสตาร์บัคส์ได้เปิดสาขาเรือธงที่ไอคอนสยาม ซึ่งเป็นสาขาใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ภายในสาขาดังกล่าวเป็นแห่งแรกในไทย ซึ่งต่อมาได้ขยายไปยังสาขาเอ็มสเฟียร์ รีเสิร์ฟ, รีเสิร์ฟ ถนนนิมมานเหมินท์ นครเชียงใหม่ และเดอะ สตอรีส์ แอท วัน แบงค็อก ตามลำดับ

จากข้อมูลในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 สตาร์บัคส์ในประเทศไทยมีทั้งหมด 517 สาขา โดยสาขาเดอะ สตอรีส์ แอท วัน แบงค็อก เป็นสาขาแรกในไทยที่มีจุดเทเครื่องดื่มเหลือทิ้งเพื่อให้ง่ายต่อการรีไซเคิล สตาร์บัคส์ประเทศไทยตั้งเป้าจะเปิดให้ครบ 800 สาขา ภายในปี พ.ศ. 2573

การโฆษณา

โลโก้

ในปี 2006 วาเลอรี่ โอเนล โฆษกหญิงของสตาร์บัคส์กล่าวว่าโลก้ของบริษัทนั้นเป็นภาพนางเงือกสองหางหรือ ไซเลน (siren) ที่เป็นที่รู้จักในตำนานกรีก โลโก้ได้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยมา ในเวอร์ชันแรกนั้น ไซเลนมีลักษณะเปลือยอกและเห็นหางทั้งสองได้อย่างชัดเจน ภาพนั้นมีลักษณะหยาบและคล้ายกับเมลูซีน (melusine) บริษัทกล่าวว่าภาพนี้นำมาจากภาพพิมพ์แกะไม้ของชาวนอร์ส แม้ว่านักวิชาการจะแย้งว่านำมาจาก แม่พิมพ์ไม้ของ J.E. Cirlot ในหนังสือ Dictionary of Symbols ในศตวรรษที่ 15

ในเวอร์ชันที่สองที่ใช้ในช่วงปี 1987-1992 หน้าอกของเธอถูกปิดด้วยผมแต่สะดือยังสามารถมองเห็นได้ หางปลาบางส่วนได้ถูกตัดออกและสีหลักถูกเปลี่ยนจากสีน้ำตาลมาเป็นสีเขียว เหมือนสีมหาวิทยาลัยของผู้ก่อตั้งทั้งสาม มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก ในเวอร์ชันที่สามที่ใช้ระหว่างปี 1992 ถึง 2011 ทั้งสะดือและหน้าอกของเธอไม่สามารถมองเห็นเลย มีเพียงร่องรอยของหางปลาเท่านั้น

ดูเพิ่ม

เดอะคอฟฟีบีนแอนด์ทีลีฟ

แบล็ค ไอวอรี่ คอฟฟี่

คาเฟ่ อเมซอน

อินทนิลคอฟฟี

คอฟฟีเวิลด์

แบล็คแคนยอนคอฟฟี

ทรูคอฟฟี

ชาวดอยคอฟฟี

คอฟฟีทูเดย์

ไร่ช่อลดาคอฟฟี

บ้านใร่กาแฟ

ฮอลลิสคอฟฟี

เมซโซ่คอฟฟี

อ้างอิง

แหล่งข้อมูลอื่น

สตาร์บัคส์

สตาร์บัคส์ประเทศไทย เก็บถาวร 2007-02-14 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน

ข้อมูลทางด้านธุรกิจของ Starbucks Corporation:

แหล่งที่มา: Wikipedia, CC BY-SA 4.0 · ดูบน Wikipedia ↗

Wikidata ↗

SBUX ภาพรวมหุ้น ราคา, มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด, P/E, EPS, ROE, อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน, ช่วงราคา 52 สัปดาห์

ราคา
$103.66
มูลค่าตลาด
$118.12B
P/E (TTM)
63.7
EPS (TTM)
$1.63
รายได้ (TTM)
$37.18B
อัตราเงินปันผล
2.3%
ROE
-23.9%
D/E หนี้สิน/ทุน
-2.0
ช่วง 52 สัปดาห์
$78 – $111

SBUX กราฟราคาหุ้น OHLCV รายวันพร้อมตัวชี้วัดทางเทคนิค — แพน ซูม และปรับแต่งมุมมองของคุณ

ผลการดำเนินงาน 10 ปี แนวโน้มรายได้ กำไรสุทธิ อัตรากำไร และ EPS

รายได้และกำไรสุทธิ $37.18B
10-point trend, +74.4%
2016-10-02 2025-09-28
EPS $1.63
10-point trend, -14.2%
2016-10-02 2025-09-28
กระแสเงินสดอิสระ $2.44B
10-point trend, -22.1%
2016-10-02 2025-09-28
อัตรากำไร 5.0%

การประเมินมูลค่า อัตราส่วน P/E, P/S, P/B, EV/EBITDA — หุ้นมีราคาแพงหรือถูก?

ตัวชี้วัด
แนวโน้ม 5 ปี
SBUX
ค่ามัธยฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
P/E (TTM)
5-point trend, +60.4%
63.7
29.8
P/S (TTM)
5-point trend, -44.4%
3.2
3.1
P/B
5-point trend, +53.2%
-14.6
10.3
Price / FCF (ราคาต่อกระแสเงินสดอิสระ)
5-point trend, +31.7%
48.4

ความสามารถในการทำกำไร อัตรากำไรขั้นต้น, อัตรากำไรจากการดำเนินงาน และอัตรากำไรสุทธิ; ROE, ROA, ROIC

ตัวชี้วัด
แนวโน้ม 5 ปี
SBUX
ค่ามัธยฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
Operating Margin (อัตรากำไรจากการดำเนินงาน)
5-point trend, -52.9%
7.9%
Net Profit Margin (อัตรากำไรสุทธิ)
5-point trend, -65.5%
5.0%
9.3%
ROA
5-point trend, -57.6%
5.9%
11.1%
ROE
5-point trend, +62.7%
-23.9%
40.1%
ROIC
5-point trend, -33.7%
27.3%

สุขภาพทางการเงิน หนี้สิน, สภาพคล่อง, ความสามารถในการชำระหนี้ — ความแข็งแกร่งของงบดุล

ตัวชี้วัด
แนวโน้ม 5 ปี
SBUX
ค่ามัธยฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
Debt / Equity (หนี้สินต่อทุน)
5-point trend, +27.7%
-2.0
403.6
Current Ratio (อัตราส่วนสภาพคล่อง)
5-point trend, -39.6%
0.7
0.9
Quick Ratio (อัตราส่วนเงินสด)
5-point trend, -83.9%
0.1

การเติบโต การเติบโตของรายได้, EPS และกำไรสุทธิ: YoY, CAGR 3 ปี, CAGR 5 ปี

ตัวชี้วัด
แนวโน้ม 5 ปี
SBUX
ค่ามัธยฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
Revenue YoY (รายได้ YoY)
5-point trend, +28.0%
2.8%
Revenue CAGR 3Y (CAGR รายได้ 3 ปี)
5-point trend, +28.0%
4.9%
Revenue CAGR 5Y (CAGR รายได้ 5 ปี)
5-point trend, +28.0%
9.6%
EPS YoY
5-point trend, -54.0%
-50.8%
Net Income YoY (กำไรสุทธิ YoY)
5-point trend, -55.8%
-50.6%

ตัวชี้วัดต่อหุ้น EPS, มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น, กระแสเงินสดต่อหุ้น, เงินปันผลต่อหุ้น

ตัวชี้วัด
แนวโน้ม 5 ปี
SBUX
ค่ามัธยฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
EPS (Diluted) (EPS (ปรับลด))
5-point trend, -54.0%
$1.63

ประสิทธิภาพของเงินทุน อัตราหมุนเวียนสินทรัพย์, อัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลัง, อัตราหมุนเวียนลูกหนี้

ตัวชี้วัด
แนวโน้ม 5 ปี
SBUX
ค่ามัธยฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
Payout Ratio (อัตราการจ่ายเงินปันผล)
5-point trend, +195.9%
149.3%

เงินปันผล ผลตอบแทน, อัตราการจ่ายเงินปันผล, ประวัติเงินปันผล, CAGR 5 ปี

อัตราผลตอบแทนเงินปันผล
2.3%
อัตราการจ่ายเงินปันผล
149.3%
CAGR เงินปันผล 5 ปี
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผลจำนวน
14 สิงหาคม 2026$0.6200
15 พฤษภาคม 2026$0.6200
13 กุมภาพันธ์ 2026$0.6200
14 พฤศจิกายน 2025$0.6200
15 สิงหาคม 2025$0.6100
16 พฤษภาคม 2025$0.6100
14 กุมภาพันธ์ 2025$0.6100
15 พฤศจิกายน 2024$0.6100
16 สิงหาคม 2024$0.5700
16 พฤษภาคม 2024$0.5700
8 กุมภาพันธ์ 2024$0.5700
9 พฤศจิกายน 2023$0.5700
10 สิงหาคม 2023$0.5300
11 พฤษภาคม 2023$0.5300
9 กุมภาพันธ์ 2023$0.5300
9 พฤศจิกายน 2022$0.5300
11 สิงหาคม 2022$0.4900
12 พฤษภาคม 2022$0.4900
10 กุมภาพันธ์ 2022$0.4900
10 พฤศจิกายน 2021$0.4900

SBUX ความเห็นหลายต่อหลายของนักวิเคราะห์ มุมมองนักวิเคราะห์ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ, ราคาเป้าหมาย 12 เดือน, อัพไซด์

ซื้อ 46 นักวิเคราะห์
  • ซื้อแนะนำ 8 17.4%
  • ซื้อ 14 30.4%
  • ถือ 19 41.3%
  • ขาย 4 8.7%
  • ขายแนะนำ 1 2.2%

ราคาเป้าหมาย 12 เดือน

31 นักวิเคราะห์ · 2026-08-17
ราคาเป้าหมายค่ามัธยฐาน $112.00 +8.0%
ราคาเป้าหมายค่าเฉลี่ย $112.23 +8.3%

ประวัติผลประกอบการ EPS จริงเทียบกับประมาณการ, เปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง%, อัตราการชนะ, วันประกาศผลประกอบการครั้งถัดไป

ค่าเฉลี่ยส่วนต่าง
0.00%
งวด EPS Actual EPS คาด ส่วนต่าง
30 มิถุนายน 2026 $0.85 $0.67 0.18%
31 มีนาคม 2026 $0.50 $0.44 0.06%
31 ธันวาคม 2025 $0.56 $0.60 -0.04%
30 กันยายน 2025 $0.52 $0.57 -0.05%
30 มิถุนายน 2025 $0.61 $0.66 -0.05%
31 มีนาคม 2025 $0.41 $0.50 -0.09%

การเปรียบเทียบกับบริษัทคู่เทียบ (อุตสาหกรรมย่อย GICS) เมตริกสำคัญเทียบกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน

Ticker มูลค่าตลาด P/E รายได้ YoY อัตรากำไรสุทธิ ROE อัตรากำไรขั้นต้น
SBUX $94.81B 51.2 2.8% 5.0% -23.9%
MCD 25.6 3.7% 31.9% -376.3%
DASH 106.3 27.9% 6.8%
CMG 32.5 5.4% 12.9% 48.3%
YUM 27.3 8.8% 19.0% -20.8%
QSR $23.63B 29.0 12.2% 11.4% 31.9%
DRI $23.27B 19.6 9.4% 9.1% 56.3% 20.3%
ARMK $10.25B 32.0 6.3% 1.8% 10.6%
TXRH $11.03B 27.4 9.4% 7.0% 29.4%
DPZ $14.31B 24.2 5.0% 12.2% -15.3% 40.0%
EAT $7.17B 15.6 7.9% 8.4% 118.3%

ปัจจัยพื้นฐานฉบับเต็ม ตัวชี้วัดทั้งหมดรายปี — งบกำไรขาดทุน, งบดุล, งบกระแสเงินสด

งบกำไรขาดทุน 14
ข้อมูล งบกำไรขาดทุน รายปีสำหรับ SBUX
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202520242023202220212020201920182017201620152014
Revenue 12-point trend, +126.1% $37.18B $36.18B $35.98B $32.25B $29.06B $23.52B $26.51B $24.72B $22.39B $21.32B $19.16B $16.45B
Cost of Revenue 6-point trend, +24.3% · · · · · · $8.53B $7.93B $7.07B $8.51B $7.79B $6.86B
SG&A Expense 12-point trend, +164.0% $2.62B $2.52B $2.44B $2.03B $1.93B $1.68B $1.82B $1.71B $1.41B $1.41B $1.20B $991M
Operating Expenses 12-point trend, +153.0% $34.50B $31.07B $30.49B $27.87B $24.57B $22.28B $22.73B $21.14B $18.64B $17.46B $15.81B $13.63B
Operating Income 12-point trend, -4.7% $2.94B $5.41B $5.87B $4.62B $4.87B $1.56B $4.08B $3.88B $4.13B $4.17B $3.60B $3.08B
Interest Expense 12-point trend, +746.5% $543M $562M $550M $483M $470M $437M $331M $170M $92M $81M $70M $64M
Pretax Income 12-point trend, -20.6% $2.51B $4.97B $5.40B $4.23B $5.36B $1.16B $4.47B $5.78B $4.32B $4.20B $3.90B $3.16B
Income Tax 12-point trend, -40.4% $651M $1.21B $1.28B $948M $1.16B $240M $872M $1.26B $1.43B $1.38B $1.14B $1.09B
Net Income 12-point trend, -10.2% $1.86B $3.76B $4.12B $3.28B $4.20B $928M $3.60B $4.52B $2.88B $2.82B $2.76B $2.07B
EPS (Basic) 12-point trend, +19.0% $1.63 $3.32 $3.60 $2.85 $3.57 $0.79 $2.95 $3.27 $1.99 $1.91 $1.84 $1.37
EPS (Diluted) 12-point trend, +20.7% $1.63 $3.31 $3.58 $2.83 $3.54 $0.79 $2.92 $3.24 $1.97 $1.90 $1.82 $1.35
Shares (Basic) 12-point trend, -24.6% 1,136,000,000 1,133,800,000 1,146,800,000 1,153,300,000 1,177,600,000 1,172,800,000 1,221,200,000 1,382,700,000 1,449,500,000 1,471,600,000 1,495,900,000 1,506,300,000
Shares (Diluted) 12-point trend, -25.3% 1,139,800,000 1,137,300,000 1,151,300,000 1,158,500,000 1,185,500,000 1,181,800,000 1,233,200,000 1,394,600,000 1,461,500,000 1,486,700,000 1,513,400,000 1,526,300,000
EBITDA 12-point trend, +22.9% $4.71B $7.00B $7.32B $6.15B $6.40B $3.06B $5.53B $5.19B $5.20B $5.20B $4.53B $3.83B
งบดุล 29
ข้อมูล งบดุล รายปีสำหรับ SBUX
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202520242023202220212020201920182017201620152014
Cash & Equivalents 8-point trend, +277.9% · · · · $6.46B $4.35B $2.69B $8.76B $2.46B $2.13B $1.53B $1.71B
Short-term Investments 12-point trend, +82.6% $247M $257M $402M $364M $162M $281M $70M $182M $229M $134M $81M $135M
Receivables 12-point trend, +102.5% $1.28B $1.21B $1.18B $1.18B $940M $883M $879M $693M $870M $769M $719M $631M
Inventory 12-point trend, +100.3% $2.19B $1.78B $1.81B $2.18B $1.60B $1.55B $1.53B $1.40B $1.36B $1.38B $1.31B $1.09B
Prepaid Expense 12-point trend, +58.3% $452M $313M $360M $484M $595M $740M $488M $1.46B $358M $347M $334M $286M
Current Assets 12-point trend, +77.1% $7.38B $6.85B $7.30B $7.02B $9.76B $7.81B $5.65B $12.49B $5.28B $4.76B $3.97B $4.17B
PP&E (Net) 12-point trend, +141.4% $8.49B $8.67B $7.39B $6.56B $6.37B $6.24B $6.43B $5.93B $4.92B $4.53B $4.09B $3.52B
PP&E (Gross) 12-point trend, +131.2% $19.84B $19.44B $17.31B $15.61B $14.83B $14.16B $14.27B $13.20B $11.58B $10.57B $9.64B $8.58B
Accum. Depreciation 12-point trend, +124.2% $11.35B $10.78B $9.92B $9.05B $8.46B $7.91B $7.84B $7.27B $6.66B $6.04B $5.55B $5.06B
Goodwill 12-point trend, +293.5% $3.37B $3.32B $3.22B $3.28B $3.68B $3.60B $3.49B $3.54B $1.54B $1.72B $1.58B $856M
Intangibles 12-point trend, -39.0% $167M $101M $120M $156M $350M $552M $782M $1.04B $441M $516M $520M $274M
Other Non-current Assets 12-point trend, +278.3% $752M $617M $546M $554M $578M $569M $480M $412M $363M $403M $416M $199M
Total Assets 12-point trend, +197.8% $32.02B $31.34B $29.45B $27.98B $31.39B $29.37B $19.22B $24.16B $14.37B $14.31B $12.42B $10.75B
Accounts Payable 12-point trend, +247.2% $1.85B $1.60B $1.54B $1.44B $1.21B $998M $1.19B $1.18B $782M $731M $684M $534M
Accrued Liabilities 12-point trend, +55.8% $2.36B $2.19B $2.15B $2.14B $2.32B $1.16B $1.75B $1.75B $1.93B $2.00B $1.76B $1.51B
Short-term Debt 10-point trend, +0.00 · $0 $34M $175M $0 $439M $0 $0 $0 $0 $0 ·
Current Liabilities 12-point trend, +236.0% $10.21B $9.07B $9.35B $9.15B $8.15B $7.35B $6.17B $5.68B $4.22B $4.55B $3.65B $3.04B
Capital Leases 7-point trend, +8972200000.00 $8.97B $8.77B $7.92B $7.52B $7.74B $7.66B $0 · · · · ·
Deferred Tax 12-point trend, +630.4% $50M $21M $15M $119M $148M $158M $-186M $270M $6M $15M $43M $7M
Other Non-current Liabilities 4-point trend, +91.0% · · · · · · · · $749M $690M $601M $392M
Total Liabilities 12-point trend, +632.0% $40.11B $38.78B $37.43B $36.68B $36.71B $37.17B $25.45B $22.98B $8.91B $8.42B $6.60B $5.48B
Long-term Debt 12-point trend, +684.8% $16.07B $15.57B $15.37B $14.87B $14.62B $15.91B $11.17B $9.44B $3.93B $3.59B $2.35B $2.05B
Total Debt 12-point trend, +684.8% $16.07B $15.57B $15.40B $15.04B $14.62B $16.35B $11.17B $9.44B $3.93B $3.60B $2.35B $2.05B
Common Stock 12-point trend, +57.1% $1M $1M $1M $1M $1M $1M $1M $1M $1M $2M $2M $700.0K
Retained Earnings 12-point trend, -258.9% $-8.27B $-7.34B $-7.26B $-8.45B $-6.32B $-7.82B $-5.77B $1.46B $5.56B $5.95B $5.97B $5.21B
AOCI 12-point trend, -1915.4% $-459M $-429M $-778M $-463M $147M $-365M $-503M $-330M $-156M $-108M $-199M $25M
Stockholders' Equity 12-point trend, -253.6% $-8.10B $-7.45B $-7.99B $-8.71B $-5.32B $-7.81B $-6.23B $1.17B $5.45B $5.88B $5.82B $5.27B
Liabilities + Equity 12-point trend, +197.8% $32.02B $31.34B $29.45B $27.98B $31.39B $29.37B $19.22B $24.16B $14.37B $14.31B $12.42B $10.75B
Shares Outstanding 12-point trend, +51.7% 1,136,900,000 1,133,500,000 1,142,600,000 1,147,900,000 1,180,000,000 1,173,300,000 1,184,600,000 1,309,100,000 1,431,600,000 1,460,500,000 1,485,100,000 749,500,000
กระแสเงินสด 20
ข้อมูล กระแสเงินสด รายปีสำหรับ SBUX
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202520242023202220212020201920182017201620152014
D&A 12-point trend, +136.7% $1.77B $1.59B $1.45B $1.53B $1.52B $1.50B $1.45B $1.31B $1.07B $1.03B $934M $748M
Stock-based Comp 12-point trend, +73.7% $318M $308M $303M $272M $319M $249M $308M $250M $176M $218M $210M $183M
Deferred Tax 12-point trend, -988.2% $-91M $-14M $-59M $-38M $-146M $-26M $-1.50B $715M $95M $266M $21M $10M
Amort. of Intangibles 12-point trend, +102.3% $18M $20M $22M $193M $223M $224M $233M $186M $58M $57M $50M $9M
Restructuring 8-point trend, +22000000.00 · · $22M $46M $155M $255M · $224M $154M $0 $0 ·
Other Non-cash 12-point trend, +137.1% $892M $448M $191M $-647M $93M $-1.06B $1.19B $5.15B $-49M $244M $-173M $-2.40B
Operating Cash Flow 12-point trend, +681.1% $4.75B $6.10B $6.01B $4.40B $5.99B $1.60B $5.05B $11.94B $4.25B $4.70B $3.75B $608M
CapEx 12-point trend, +98.6% $2.31B $2.78B $2.33B $1.84B $1.47B $1.48B $1.81B $1.98B $1.52B $1.44B $1.30B $1.16B
Investing Cash Flow 12-point trend, -204.0% $-2.49B $-2.70B $-2.27B $-2.15B $-320M $-1.71B $-1.01B $-2.36B $-850M $-2.22B $-1.52B $-818M
Debt Issued 12-point trend, +133.6% $1.75B $2.00B $1.50B $1.50B $0 $4.73B $2.00B $5.58B $750M $1.25B $848M $748M
Net Debt Issued 12-point trend, -33.4% $498M $170M $498M $498M $-1.25B $4.73B $1.65B $5.58B $350M $1.25B $238M $748M
Stock Issued 12-point trend, -44.9% $77M $108M $167M $102M $246M $299M $410M $154M $151M $161M $192M $140M
Stock Repurchased 12-point trend, -100.0% $0 $1.27B $984M $4.01B $0 $1.70B $10.22B $7.13B $2.04B $2.00B $1.44B $759M
Net Stock Activity 12-point trend, +112.4% $77M $-1.16B $-817M $-3.91B $246M $-1.40B $-9.81B $-6.98B $-1.89B $-1.83B $-1.24B $-619M
Dividends Paid 12-point trend, +253.9% $2.77B $2.58B $2.43B $2.26B $2.12B $1.92B $1.76B $1.74B $1.45B $1.18B $929M $783M
Financing Cash Flow 12-point trend, -268.7% $-2.30B $-3.72B $-2.99B $-5.64B $-3.65B $1.71B $-10.06B $-3.24B $-3.08B $-1.87B $-2.26B $-623M
Net Change in Cash 12-point trend, +92.3% $-66M $-265M $733M $-3.64B $2.10B $1.66B $-6.07B $6.29B $334M $599M $-178M $-867M
Taxes Paid 12-point trend, -6.6% $716M $1.37B $1.29B $1.16B $756M $1.70B $470M $1.18B $1.39B $879M $1.07B $766M
Free Cash Flow 12-point trend, +541.5% $2.44B $3.32B $3.68B $2.56B $4.52B $114M $3.24B $9.96B $2.65B $3.13B $2.45B $-553M
Levered FCF 12-point trend, +442.9% $2.04B $2.89B $3.26B $2.18B $4.15B $-233M $2.97B $9.83B $2.59B $3.08B $2.40B $-595M
ความสามารถในการทำกำไร 7
ข้อมูล ความสามารถในการทำกำไร รายปีสำหรับ SBUX
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202520242023202220212020201920182017201620152014
Operating Margin 12-point trend, -57.8% 7.9% 14.9% 16.3% 14.3% 16.8% 6.6% 15.4% 15.7% 18.5% 19.6% 18.8% 18.7%
Net Margin 12-point trend, -60.3% 5.0% 10.4% 11.5% 10.2% 14.4% 4.0% 13.6% 18.3% 12.9% 13.2% 14.4% 12.6%
Pretax Margin 12-point trend, -64.9% 6.7% 13.7% 15.0% 13.1% 18.4% 5.0% 16.9% 23.4% 19.3% 19.7% 20.4% 19.2%
EBITDA Margin 12-point trend, -45.6% 12.7% 19.4% 20.3% 19.1% 22.0% 13.0% 20.8% 21.0% 23.2% 24.4% 23.7% 23.3%
ROA 12-point trend, -68.4% 5.9% 12.4% 14.4% 11.1% 13.8% 3.8% 16.6% 23.5% 20.1% 21.1% 23.8% 18.6%
ROE 12-point trend, -156.3% -23.9% -48.7% -49.4% -46.8% -64.0% -13.2% -142.2% 136.5% 50.9% 48.2% 49.7% 42.4%
ROIC 12-point trend, -1.0% 27.3% 50.4% 60.5% 56.5% 41.1% 14.5% 66.5% 28.6% 29.4% 29.5% 31.2% 27.5%
สภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ 5
ข้อมูล สภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ รายปีสำหรับ SBUX
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202520242023202220212020201920182017201620152014
Current Ratio 12-point trend, -47.3% 0.7 0.8 0.8 0.8 1.2 1.1 0.9 2.2 1.3 1.0 1.2 1.4
Quick Ratio 12-point trend, -81.7% 0.1 0.2 0.2 0.2 0.9 0.8 0.6 1.7 0.8 0.7 0.6 0.8
Debt / Equity 12-point trend, -611.0% -2.0 -2.1 -1.9 -1.7 -2.7 -2.1 -1.8 8.1 0.7 0.6 0.4 0.4
LT Debt / Equity 12-point trend, -563.4% -1.8 -1.9 -1.7 -1.5 -2.6 -1.9 -1.8 7.8 0.7 0.5 0.4 0.4
Interest Coverage 12-point trend, -88.7% 5.4 9.6 10.7 9.6 10.4 3.6 12.3 22.8 44.7 51.3 51.1 48.1
ประสิทธิภาพ 3
ข้อมูล ประสิทธิภาพ รายปีสำหรับ SBUX
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202520242023202220212020201920182017201620152014
Asset Turnover 12-point trend, -20.5% 1.2 1.2 1.3 1.1 1.0 1.0 1.2 1.3 1.6 1.6 1.7 1.5
Inventory Turnover 6-point trend, -10.2% · · · · · · 5.8 7.5 6.6 6.3 6.3 6.5
Receivables Turnover 12-point trend, +8.2% 29.9 30.2 30.5 30.5 31.9 26.7 33.7 31.6 27.3 28.7 28.4 27.6
ต่อหุ้น 6
ข้อมูล ต่อหุ้น รายปีสำหรับ SBUX
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202520242023202220212020201920182017201620152014
Book Value / Share 12-point trend, -201.2% $-7.12 $-6.57 $-7.00 $-7.58 $-4.51 $-6.65 $-5.26 $0.89 $3.81 $4.03 $3.92 $7.03
Revenue / Share 12-point trend, +51.4% $32.62 $31.81 $31.25 $27.84 $24.51 $19.90 $21.50 $17.73 $15.32 $14.34 $12.66 $21.55
Cash Flow / Share 12-point trend, +422.9% $4.17 $5.36 $5.22 $3.80 $5.05 $1.35 $4.09 $8.56 $2.86 $3.08 $2.48 $0.80
Cash / Share 8-point trend, +140.0% · · · · $5.47 $3.71 $2.27 $6.69 $1.72 $1.46 $1.03 $2.28
Dividend / Share 12-point trend, +345.5% $2 $2 $2 $2 $2 $1 $1 $1 $1 $1 $1 $1
EPS (TTM) 12-point trend, +20.7% $1.63 $3.31 $3.58 $2.83 $3.54 $0.79 $2.92 $3.24 $1.97 $1.90 $1.82 $1.35
อัตราการเติบโต 10
ข้อมูล อัตราการเติบโต รายปีสำหรับ SBUX
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202520242023202220212020201920182017201620152014
Revenue YoY 5-point trend, -88.2% 2.8% 0.56% 11.6% 11.0% 23.6% · · · · · · ·
Revenue CAGR 3Y 3-point trend, -68.1% 4.9% 7.6% 15.2% · · · · · · · · ·
Revenue CAGR 5Y 9.6% · · · · · · · · · · ·
EPS YoY 5-point trend, -114.6% -50.8% -7.5% 26.5% -20.1% 348.1% · · · · · · ·
EPS CAGR 3Y 3-point trend, -125.7% -16.8% -2.2% 65.5% · · · · · · · · ·
EPS CAGR 5Y 15.6% · · · · · · · · · · ·
Net Income YoY 5-point trend, -114.4% -50.6% -8.8% 25.7% -21.9% 352.4% · · · · · · ·
Net Income CAGR 3Y 3-point trend, -126.9% -17.3% -3.6% 64.4% · · · · · · · · ·
Net Income CAGR 5Y 14.9% · · · · · · · · · · ·
Dividend CAGR 5Y 7.6% · · · · · · · · · · ·
การประเมินมูลค่า (TTM) 16
ข้อมูล การประเมินมูลค่า (TTM) รายปีสำหรับ SBUX
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202520242023202220212020201920182017201620152014
Revenue TTM 12-point trend, +126.1% $37.18B $36.18B $35.98B $32.25B $29.06B $23.52B $26.51B $24.72B $22.39B $21.32B $19.16B $16.45B
Net Income TTM 12-point trend, -10.2% $1.86B $3.76B $4.12B $3.28B $4.20B $928M $3.60B $4.52B $2.88B $2.82B $2.76B $2.07B
Market Cap 12-point trend, +236.6% $94.81B $110.36B $104.29B $96.72B $133.25B $98.91B $104.68B $74.41B $76.89B $79.07B $86.12B $28.17B
Enterprise Value 8-point trend, +397.8% · · · · $141.24B $110.63B $113.09B $74.91B $78.13B $80.41B $86.86B $28.37B
P/E 12-point trend, +83.8% 51.2 29.4 25.5 29.8 31.9 106.7 30.3 17.5 27.3 28.5 31.9 27.8
P/S 12-point trend, +48.9% 2.5 3.1 2.9 3.0 4.6 4.2 3.9 3.0 3.4 3.7 4.5 1.7
P/B 12-point trend, -319.1% -11.7 -14.8 -13.0 -11.1 -25.0 -12.7 -16.8 63.6 14.1 13.4 14.8 5.3
P / Cash Flow 12-point trend, -56.9% 20.0 18.1 17.4 22.0 22.2 61.9 20.7 6.2 18.4 17.3 23.0 46.3
P / FCF 12-point trend, +176.2% 38.8 33.3 28.4 37.8 29.5 866.1 32.3 7.5 29.0 25.2 35.2 -50.9
EV / EBITDA 8-point trend, +198.0% · · · · 22.1 36.1 20.5 14.4 15.0 15.5 19.2 7.4
EV / FCF 8-point trend, +160.9% · · · · 31.3 968.7 34.9 7.5 29.4 25.7 35.5 -51.3
EV / Revenue 8-point trend, +181.7% · · · · 4.9 4.7 4.3 3.0 3.5 3.8 4.5 1.7
Dividend Yield 12-point trend, +5.0% 2.9% 2.3% 2.3% 2.3% 1.6% 1.9% 1.7% 2.3% 1.9% 1.5% 1.1% 2.8%
Earnings Yield 12-point trend, -45.7% 1.9% 3.4% 3.9% 3.4% 3.1% 0.94% 3.3% 5.7% 3.7% 3.5% 3.1% 3.6%
Payout Ratio 12-point trend, +294.2% 149.3% 68.7% 59.0% 69.0% 50.5% 207.2% 48.9% 38.6% 50.3% 41.8% 33.7% 37.9%
Annual Payout 12-point trend, +253.9% $2.77B $2.58B $2.43B $2.26B $2.12B $1.92B $1.76B $1.74B $1.45B $1.18B $929M $783M

งบการเงิน งบกำไรขาดทุน, งบดุล, งบกระแสเงินสด — รายปี, 5 ปีล่าสุด

งบกำไรขาดทุน
2025-09-282024-09-292023-10-012022-10-022021-10-03
รายได้ $37.18B$36.18B$35.98B$32.25B$29.06B
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน % 7.9%14.9%16.3%14.3%16.8%
กำไรสุทธิ $1.86B$3.76B$4.12B$3.28B$4.20B
EPS ที่ปรับลดแล้ว $1.63$3.31$3.58$2.83$3.54
งบดุล
2025-09-282024-09-292023-10-012022-10-022021-10-03
หนี้สินต่อทุน -2.0-2.1-1.9-1.7-2.7
อัตราส่วนสภาพคล่อง 0.70.80.80.81.2
อัตราส่วนเงินสด 0.10.20.20.20.9
กระแสเงินสด
2025-09-282024-09-292023-10-012022-10-022021-10-03
กระแสเงินสดอิสระ $2.44B$3.32B$3.68B$2.56B$4.52B

SBUX AI Analyst Panel — มุมมองเชิงบวกและเชิงลบ การถกเถียง 2026Q2: Claude, Grok, Gemini, ChatGPT เกี่ยวกับแนวโน้มของหุ้น

รอบที่ 1 — มุมมองเริ่มต้น

Grok BEARISH 0.75
↑ ขาขึ้น

ผมมองว่า Starbucks จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งเข้าสู่ช่วง 2026Q2 หากการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับแต่ละบุคคลด้วย AI ช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าและความเหนียวแน่นของโปรแกรมความภักดีให้เกิดผลตอบแทน อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 115.68% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างผลกำไรที่สูงเกินกว่าปกติจากส่วนของผู้ถือหุ้น เทียบเท่ากับคู่แข่งชั้นนำอย่าง YUM ที่ 117% และบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพที่ยั่งยืน อัตรากำไรขั้นต้นคงที่ที่ 22.77% ยืนยันถึงอำนาจในการกำหนดราคาที่ยืดหยุ่นต่อต้นทุนปัจจัยการผลิต การปิดราคาในแต่ละสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นจาก 83 ดอลลาร์เป็น 95 ดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมที่กลับมาหลังจากที่ลดลง

↓ ขาลง

Starbucks ดูเปราะบางต่อการปรับตัวลงเพิ่มเติม หากการต่อสู้ของสหภาพและสภาพคล่องที่อ่อนแอทำให้แรงกดดันต่ออัตรากำไรแย่ลงในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 807 เผยให้เห็นความเสี่ยงจากการกู้ยืมจำนวนมหาศาล ซึ่งการสะดุดของยอดขายเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ภาระดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้นและกัดกร่อนเสถียรภาพ อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 4.99% เน้นย้ำถึงความสามารถในการทำกำไรที่ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 7.18% ก่อนหน้านี้ P/E TTM ที่ 51.6 สูงกว่าของ MCD ที่ 25.5 อย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึงความสมบูรณ์แบบที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

Claude BEARISH 0.72
↑ ขาขึ้น

Starbucks มีอำนาจในการกำหนดราคาที่หุ้นผู้บริโภคส่วนใหญ่ทำได้เพียงฝันถึง — ROE ที่ 115.68% แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงเกินกว่าปกติจากเงินทุกดอลลาร์ของเงินทุนผู้ถือหุ้น ผลตอบแทนระดับนั้นหายากนอกภาคเทคโนโลยีและการเงิน และมันบอกผมว่าคูเมืองของแบรนด์นั้นมีอยู่จริง ใช่ P/E ที่ 51.6 นั้นสูง แต่ถ้ากำไรทรงตัวและเครื่องดื่มที่ปรับแต่งด้วย AI ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่อายุน้อยกว่า หุ้นก็อาจจะปรับตัวสูงขึ้นได้ เสียงของสหภาพนั้นมีอยู่จริง แต่จนถึงตอนนี้ยังจำกัดอยู่ที่ร้านเดียว

↓ ขาลง

Starbucks กำลังพังทลายลงตามปัจจัยพื้นฐานแบบเรียลไทม์ และตลาดกำลังตั้งราคาการฟื้นตัวที่อาจไม่เคยเกิดขึ้นจริง กำไรต่อหุ้น (EPS) ลดลงจาก 2.31 ดอลลาร์เป็น 1.63 ดอลลาร์ในสองไตรมาส — นั่นคือการลดลง 29% อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 7.18% เป็น 4.99% ซึ่งหมายความว่าอำนาจในการกำหนดราคาลดลงเร็วกว่าที่ผู้บริหารจะสามารถลดต้นทุนได้ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 807 เป็นหายนะ บริษัทมีการกู้ยืมสูงมากและมีสภาพคล่องเกือบไม่มีเลย ด้วยอัตราส่วนหมุนเวียนปัจจุบันที่ 0.72 ที่ P/E 51.6 เท่าของกำไรย้อนหลัง คุณกำลังจ่ายราคาในระดับสูงสุดของวัฏจักรสำหรับบริษัทที่อยู่ในช่วงกลางของวัฏจักรขาลง

Gemini BEARISH 0.80
↑ ขาขึ้น

Starbucks กำลังพึ่งพาคูเมืองทางเทคโนโลยีเพื่อจุดประกายการมีส่วนร่วมของลูกค้าอีกครั้งและขับเคลื่อนความภักดีในระยะยาว แอปแนะนำเครื่องดื่มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งเปิดตัวในเดือนเมษายน 2026 แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนไปสู่การปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับแต่ละบุคคลขั้นสูง ซึ่งอาจเพิ่มความถี่ในการทำธุรกรรม การบูรณาการดิจิทัลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากแม้จะเผชิญกับอุปสรรคเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทก็ยังคงรักษา ROE ที่สูงถึง 115.68% ตัวชี้วัดนี้แสดงให้เห็นว่า Starbucks มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการสร้างผลกำไรจากฐานส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีอยู่ พิสูจน์ว่ารูปแบบธุรกิจหลักยังคงมีประสิทธิภาพโดยธรรมชาติ แม้ว่าไตรมาสล่าสุดอาจเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับภาคค้าปลีกโดยรวมก็ตาม

↓ ขาลง

ปัจจุบันบริษัทกำลังบดบังความเปราะบางในการดำเนินงานที่สำคัญด้วยการบริหารทางการเงินที่ก้าวร้าว อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 807.19 เป็นสิ่งที่น่าตกใจ เนื่องจากบ่งชี้ว่าธุรกิจได้รับทุนเกือบทั้งหมดจากการกู้ยืมแทนการลงทุนของผู้ถือหุ้น การกู้ยืมนี้ทำให้พวกเขามีอัตราส่วนหมุนเวียนปัจจุบันที่ 0.723 ซึ่งหมายความว่าพวกเขามีสินทรัพย์สภาพคล่องไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมภาระผูกพันระยะสั้นได้อย่างสบาย เมื่อคุณรวมภาวะสภาพคล่องที่ตึงตัวนี้เข้ากับอัตรากำไรสุทธิที่ลดลงเหลือเพียง 4.99% ก็จะเห็นได้ชัดว่า Starbucks กำลังดิ้นรนที่จะแปลงปริมาณการขายทั่วโลกจำนวนมหาศาลให้เป็นกระแสเงินสดสุทธิที่แท้จริง

Chatgpt NEUTRAL 0.62
↑ ขาขึ้น

ผมคิดว่าปัจจัยขับเคลื่อนกระทิงที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับ SBUX ใน 2026Q2 คือระบบนิเวศการสั่งซื้อและความภักดีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งกำลังมีชีวิตขึ้นมาผ่านแอป ChatGPT ซึ่งอาจเพิ่มขนาดตั๋วและการเยี่ยมชมซ้ำ ROE TTM: 115.68%. ระดับนั้นหมายความว่า Starbucks เปลี่ยนส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวนมากให้เป็นกำไร ซึ่งสนับสนุนการลงทุนใน AI และโครงการร้านค้าโดยไม่ต้องใช้เงินทุนภายนอกจำนวนมาก อัตรากำไรขั้นต้น TTM: 22.77%. อัตรากำไรนั้นแสดงให้เห็นว่า Starbucks รักษาความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง ทำให้มีพื้นที่ในการลงทุนในเทคโนโลยีและการกำหนดราคาหากต้นทุนเพิ่มขึ้น P/E TTM: 51.58. ตัวคูณพรีเมียมนั้นสะท้อนถึงความคาดหวังการเติบโต รวมถึงคำสั่งซื้อที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งหากการขยายตัวเป็นจริง ก็อาจจะสมเหตุสมผลกับราคา

↓ ขาลง

ผมคิดว่ากรณีหมีที่แข็งแกร่งที่สุดคือการประเมินมูลค่าหุ้นที่ตั้งราคาการเติบโตไว้มากเกินไป ในขณะที่ความเสี่ยงด้านการกู้ยืมและสภาพคล่องคุกคามการปรับตัวลงหากอุปสงค์อ่อนแอลง P/E TTM: 51.58. ตัวคูณที่สูงนั้นเหลือช่องว่างน้อยสำหรับการพลาดเป้ากำไรและการบีบอัดตัวคูณที่อาจเกิดขึ้นหากการเติบโตชะลอตัว อัตราส่วนหมุนเวียนปัจจุบัน: 0.723. การขาดแคลนสภาพคล่องนั้นบ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านเงินทุนหมุนเวียนในสภาพแวดล้อมมหภาคที่ยากลำบากยิ่งขึ้น หนี้สินต่อทุน: 807.19. การกู้ยืมนั้นอาจขยายการขาดทุนหากกำไรตกต่ำหรือต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น

รอบที่ 2 — การตอบกลับและการโต้แย้ง

Grok

ChatGPT การอ้างสิทธิ์ของคุณที่ว่า P/E 51.58 สะท้อนถึงความคาดหวังการเติบโตของ AI ที่สมเหตุสมผลนั้นละเลยส่วนลดของคู่แข่งที่ crushing สำหรับการตั้งค่าที่ดีต่อสุขภาพกว่า MCD ซื้อขายที่ P/E 25.5 เท่า โดยมีความเสี่ยงจากการกู้ยืมต่ำกว่ามาก ซึ่งหมายความว่าราคาพรีเมียมของ Starbucks กำลังตั้งราคาสำหรับการพลิกฟื้นที่ยังห่างไกลจากความแน่นอนท่ามกลางอัตรากำไรที่ลดลง ช่องว่างนั้นบอกผมว่าเรตติ้ง Hold ประเมินความเสี่ยงของการบีบอัดตัวคูณเข้าสู่ 2026Q2 ต่ำเกินไป

Claude

ผมต้องโต้แย้งการตีความ ROE 115.68% ของ Gemini ใช่ มันเป็นตัวเลขที่สูง แต่ Gemini กำลังปฏิบัติต่อมันราวกับว่าเป็นหลักฐานว่าธุรกิจหลักนั้นแข็งแกร่ง — และนั่นคือสิ่งที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงเมื่อพิจารณาโครงสร้างหนี้ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 807 หมายความว่า Starbucks กำลังสร้างผลตอบแทนเหล่านั้นจากฐานส่วนของผู้ถือหุ้นที่บางเฉียบ ไม่ใช่จากความเป็นเลิศในการดำเนินงาน นั่นคือการบริหารทางการเงิน ไม่ใช่ความยั่งยืน เมื่อส่วนของผู้ถือหุ้นของคุณถูกบีบอัดจากการกู้ยืม ROE จะกลายเป็นภาพลวงตา คำถามที่แท้จริงคือบริษัทจะสามารถให้บริการหนี้สินนั้นได้หรือไม่ หากอัตรากำไรสุทธิยังคงลดลงเหมือนที่เคยเป็นมา — จาก 7.18% เป็น 4.99% ในสองไตรมาส นั่นคือความเปราะบางที่ Gemini มองข้ามไป

Gemini

Claude การประเมินอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของคุณว่าเป็นหายนะนั้นถูกต้อง แต่ผมคิดว่าคุณกำลังประเมินอันตรายเชิงโครงสร้างที่เกิดจากอัตราส่วนหมุนเวียนปัจจุบันที่ 0.723 ต่ำเกินไป ซึ่งหมายความว่าบริษัทถือสินทรัพย์สภาพคล่องน้อยกว่าหนึ่งดอลลาร์สำหรับหนี้สินที่จะครบกำหนดทุกๆ ดอลลาร์ ทำให้แทบไม่มีช่องว่างสำหรับข้อผิดพลาดหากการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง ในขณะที่คุณมุ่งเน้นไปที่การกู้ยืมระยะยาว ผมกังวลว่าภาวะสภาพคล่องที่ตึงตัวในทันทีนี้จะบังคับให้ผู้บริหารต้องลดการลงทุนด้านทุนในโครงการ AI ที่ควรจะขับเคลื่อนการเติบโตของเรา

Chatgpt

Claude ประเด็นของคุณเกี่ยวกับ D/E พลาดเรื่องผลตอบแทนจากการกู้ยืมเบื้องหลังความสามารถในการทำกำไรของ Starbucks ROE TTM: 115.68%. นั่นหมายความว่าบริษัทเปลี่ยนส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวนมากให้เป็นกำไร ซึ่งสนับสนุนการลงทุนเพื่อการเติบโตและผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น หนี้สินต่อทุน: 807.19. ระดับนั้นดูน่าตกใจเมื่อมองแวบแรก แต่มันเป็นผลผลิตส่วนใหญ่ของการซื้อหุ้นคืนและฐานส่วนของผู้ถือหุ้นที่คงที่ซึ่งทำให้อัตราส่วนสูงขึ้น แทนที่จะเป็นวิกฤตสภาพคล่องที่กำลังจะมาถึง ใน 2026Q2 พลังการทำกำไรจากการกู้ยืมมีความสำคัญ แต่ให้จับตาดูต้นทุนหนี้สินหากอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

รอบที่ 3 — การโต้แย้งสุดท้าย

G
Grok

Gemini ไม่มีใครตอบข้อกังวลของคุณที่ว่าอัตราส่วนหมุนเวียนปัจจุบันที่ 0.723 จะบังคับให้ลดการลงทุนด้าน AI แต่ผมคิดว่านั่นเป็นการกล่าวเกินจริง — Starbucks สร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานจำนวนมากจากเครือข่ายร้านค้าเพื่อสนับสนุนด้านดิจิทัลโดยไม่ต้องลดการใช้จ่าย การเคลื่อนไหวของราคาล่าสุดสนับสนุนสิ่งนี้: ราคาปิดเพิ่มขึ้นจาก 83.28 ดอลลาร์ในวันที่ 6 มิถุนายน เป็น 94.94 ดอลลาร์ภายในวันที่ 11 กรกฎาคม ด้วยปริมาณการซื้อขายที่สม่ำเสมอประมาณ 30-40 ล้านหุ้นต่อสัปดาห์ โมเมนตัมนั้นบ่งชี้ว่านักลงทุนมองข้ามความกังวลด้านสภาพคล่อง โดยตั้งตำแหน่งสำหรับการฟื้นตัวของจำนวนลูกค้าใน 2026Q2 ผ่านแอป ChatGPT ใหม่ ท่ามกลางเสียงของสหภาพที่ร้านเดียวเท่านั้น

C
Claude

ผมต้องการโต้แย้งคำกล่าวอ้างของ ChatGPT ที่ว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 807 เป็น 'ผลผลิตส่วนใหญ่ของการซื้อหุ้นคืนและฐานส่วนของผู้ถือหุ้นที่คงที่' แทนที่จะเป็นวิกฤตสภาพคล่อง นั่นไม่ได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลที่เรามี อัตราส่วนหมุนเวียนปัจจุบันที่ 0.723 หมายความว่า Starbucks มีสินทรัพย์สภาพคล่อง 72 เซ็นต์สำหรับภาระผูกพันระยะสั้นทุกๆ ดอลลาร์ที่จะครบกำหนดในอีกสิบสองเดือนข้างหน้า นั่นไม่ใช่ปัญหาอัตราส่วน — นั่นคือปัญหาเงินสด การซื้อหุ้นคืนไม่ได้อธิบายข้อเท็จจริงที่ว่าบริษัทกำลังเผชิญกับการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียน หากอัตรากำไรสุทธิยังคงลดลงเหมือนที่เคยเป็นมา — จาก 7.18% เป็น 4.99% ในสองไตรมาส — Starbucks จะไม่มีกระแสเงินสดเพียงพอที่จะให้บริการภาระหนี้สินนั้น โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่ทำให้ฐานส่วนของผู้ถือหุ้นสูงขึ้น Gemini พูดถูกที่จะชี้ให้เห็นถึงภาวะสภาพคล่องที่ตึงตัวในทันทีว่าเป็นความเสี่ยงที่แท้จริงในระยะใกล้

G
Gemini

ผมกำลังขยายกรอบเพื่อพิจารณาถึงสภาวะเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าในปัจจุบันต่อการดำเนินงานทั่วโลกของ Starbucks Grok และ Claude มุ่งเน้นไปที่ปัญหาด้านงบดุลภายในประเทศ แต่พวกเขากำลังมองข้ามว่า Starbucks สร้างรายได้ส่วนใหญ่ในตลาดต่างประเทศ ด้วยค่าเงินดอลลาร์ที่ยังคงแข็งค่า กำไรจากต่างประเทศของพวกเขาจึงถูกกัดกร่อนอย่างเป็นระบบเมื่อแปลงกลับเป็นสกุลเงินรายงาน สิ่งนี้สร้างแรงกดดันที่ซ่อนอยู่ต่ออัตรากำไรสุทธิ ซึ่งได้ลดลงเหลือ 4.99% แล้ว ตัวเลข 4.99% นั้นแสดงถึงเปอร์เซ็นต์ที่แท้จริงของรายได้ที่ Starbucks เก็บไว้เป็นกำไร และมันกำลังถูกบีบอัดทั้งจากต้นทุนหนี้สินที่เพิ่มขึ้นและแรงกดดันจากค่าเงิน

C
Chatgpt

ผมคิดว่า Claude, Grok, Gemini การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับ SBUX เข้าสู่ 2026Q2 คือสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบมหภาคเกี่ยวกับ AI และข้อมูล ไม่ใช่แค่อัตรากำไร ตัวชี้วัด: เครดิตภาษีของสหราชอาณาจักร £13.7 ล้าน ประโยชน์ครั้งเดียวนี้ช่วยหนุนกำไร แต่ไม่เปลี่ยนแปลงธุรกิจหลัก ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ — EU AI Act และกฎความเป็นส่วนตัว — อาจเพิ่มต้นทุนและจำกัดคุณสมบัติ AI พลวัตการแข่งขันจากคู่แข่งที่เร่งการสั่งซื้อดิจิทัลอาจมีความสำคัญหาก Starbucks ล้าหลังแผนงาน AI ของตน ดังนั้นนักลงทุนควรถ่วงน้ำหนักการดึงดูดของ AI ต้นทุนด้านกฎระเบียบ และการเปิดรับความเสี่ยงด้านค่าเงิน เมื่อตั้งราคา SBUX เข้าสู่ 2026Q2

การคาดการณ์ราคา

โมเดล เป้าหมาย 3 เดือน เป้าหมาย 6 เดือน เหตุผล
G Grok เป้าหมาย 3 เดือน $88.00 เป้าหมาย 6 เดือน $78.00 เหตุผล ผมคิดว่าหุ้น Starbucks จะปรับตัวลดลงเข้าสู่ช่วง 2026Q2 เนื่องจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 807 จะขยายการกัดกร่อนของอัตรากำไรสุทธิจาก 7.18% เป็น 4.99% ทำให้ตัวคูณลดลงเข้าใกล้คู่แข่ง แม้จะมีกระแส AI ก็ตาม ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย 6 เดือนของผมคือผลประกอบการ 2026Q2 ที่คาดว่าจะประกาศปลายเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งเผยให้เห็นการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมต่ำกว่า 2% ซึ่งเผยให้เห็นความอ่อนแอของอุปสงค์ ความเสี่ยงที่จะพลิกผันนี้คือการที่กิจกรรมของสหภาพยังคงจำกัดอยู่ที่ร้านเดียว ทำให้มีเงินสดสำหรับการซื้อหุ้นคืน เป้าหมาย 6 เดือนที่ 78 ดอลลาร์ของผมบ่งชี้ถึง P/E TTM ที่ 48 เท่า ซึ่งยังคงสูงกว่าของ MCD ที่ 25.5 เท่า แต่ก็สะท้อนถึงการฟื้นตัวที่หยุดชะงักอย่างสมเหตุสมผล
C Claude เป้าหมาย 3 เดือน $78.00 เป้าหมาย 6 เดือน $72.00 เหตุผล Starbucks เป็นกับดักกระแสเงินสดที่มีการกู้ยืม ซึ่งปลอมตัวเป็นเรื่องราวของแบรนด์ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 807 ประกอบกับอัตราส่วนหมุนเวียนปัจจุบันที่ 0.723 หมายความว่าบริษัทแทบไม่มีสภาพคล่องสำรอง และอัตรากำไรสุทธิที่ลดลงจาก 7.18% เป็น 4.99% ในสองไตรมาสบ่งชี้ว่าเครื่องยนต์สร้างเงินสดกำลังชะลอตัว แอป AI นั้นมีอยู่จริง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยคณิตศาสตร์ได้: หากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมน่าผิดหวังในผลประกอบการ 2026Q2 (กรณีฐานของผม) ตลาดจะปรับราคาจาก P/E ที่ 51.6 — ซึ่งสูงอยู่แล้วสำหรับหุ้นผู้บริโภค — ลงไปที่ประมาณ 35–40 เท่า ทำให้หุ้นลดลง 20–30% เนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงการกู้ยืม ตัวเร่งปฏิกิริยาที่จะทำลายสมมติฐานนี้คือการประกาศผลประกอบการที่เหนือความคาดหมายของยอดขายสาขาเดิม ควบคู่ไปกับคำแนะนำของผู้บริหารว่าอัตรากำไรสุทธิจะทรงตัวที่ระดับสูงกว่า 6%; ความเสี่ยงคือภาวะเศรษฐกิจมหภาคชะลอตัวที่บังคับให้ Starbucks ต้องลดการลงทุนด้าน AI ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านอัตรากำไรยังคงอยู่ ที่ราคาปัจจุบัน 83.81 ดอลลาร์ ผมมองเห็น 78 ในสามเดือนและ 72 ในหกเดือน
G Gemini เป้าหมาย 3 เดือน $88.00 เป้าหมาย 6 เดือน $82.00 เหตุผล สมมติฐานของผมคือ Starbucks กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ยากลำบาก โดยที่หนี้สินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงและการบีบอัดอัตรากำไรจะเอาชนะความตื่นเต้นในเบื้องต้นของการเปิดตัวแอปที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในที่สุด ตัวเร่งปฏิกิริยาหลักสำหรับการลดลง 6 เดือนคือการพลาดเป้ากำไรที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาสที่จะถึงนี้ ซึ่งต้นทุนการให้บริการหนี้ที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มที่จะบังคับให้มีการปรับลดคำแนะนำลง ในทางตรงกันข้าม ฤดูขายช่วงวันหยุดที่ประสบความสำเร็จอาจให้ผลตอบแทนระยะสั้นที่ 88 ดอลลาร์ P/E ปัจจุบันที่ 51.6 เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่นี่ มันบ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังจ่ายเงินสำหรับการเติบโตแบบพรีเมียมที่อัตรากำไรสุทธิ 4.99% ของบริษัทไม่สามารถรองรับได้ภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบัน หากภาวะสภาพคล่องที่ตึงตัวยังคงอยู่ ตัวคูณการประเมินมูลค่านี้ก็จะหดตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
C Chatgpt เป้าหมาย 3 เดือน $92.00 เป้าหมาย 6 เดือน $105.00 เหตุผล ผมคิดว่า SBUX สามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากระบบความภักดีและการสั่งซื้อที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าและขนาดตั๋ว ตัวเร่งปฏิกิริยา: ผลประกอบการรายไตรมาสที่กำลังจะมาถึงพร้อมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการรวมแอป ChatGPT ที่แสดงให้เห็นตั๋วเฉลี่ยที่สูงขึ้นและการเยี่ยมชมซ้ำ ความเสี่ยง: การบีบอัดอัตรากำไรที่รุนแรงขึ้นหรือความกังวลด้านสภาพคล่องอาจกระตุ้นให้เกิดการบีบอัดตัวคูณ P/E ประมาณ 51.6. ระดับการประเมินมูลค่าดังกล่าวหมายความว่าตลาดกำลังตั้งราคาการเติบโตที่สำคัญ; การพลาดเป้าใดๆ อาจนำไปสู่การบีบอัดตัวคูณและกำไรที่จำกัด

ข่าวล่าสุด หัวข้อข่าวล่าสุดที่กล่าวถึงบริษัทนี้

สัญญาณซื้อขาย สัญญาณซื้อ/ขายล่าสุดพร้อมราคาเข้าและอัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทน

ตัวชี้วัดของฉัน รายการเฝ้าดูส่วนตัวของคุณ — แถวที่เลือกจากข้อมูลพื้นฐานฉบับเต็ม

📊

เลือกเมตริกที่สำคัญสำหรับคุณ — คลิก ➕ ถัดจากแถวใดก็ได้ในข้อมูลพื้นฐานฉบับเต็มด้านบน

การเลือกของคุณถูกบันทึกและจะติดตามคุณไปในทุกสัญลักษณ์หุ้น

ผู้ถือครองสถาบัน (13F) 2,677 รายงาน · $71.0B ทั้งหมด · ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026

สถาบันที่รายงานการถือครองหุ้นนี้ในเอกสาร SEC Form 13F รายไตรมาสของตน เฉพาะสถานะ Long; ผู้ยื่นคำร้องรายเดียวอาจปรากฏสองครั้งสำหรับสัญญาออปชันที่แยกจากกัน ขา put/call ขนาดใหญ่ที่หักล้างกันมักสะท้อนถึงการทำตลาด (market-making) หรือสินค้าคงคลังที่มีการป้องกันความเสี่ยง (hedged inventory) ไม่ใช่การเชื่อมั่นในทิศทาง

กิจกรรมของผู้ลงทุนสถาบัน — Q2 2026 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
พอร์ตใหม่ ตำแหน่งที่ปิดไปแล้ว เพิ่มขึ้น ลดลง การเปลี่ยนแปลงสุทธิของจำนวนหุ้น
204 (-26 เทียบกับไตรมาสก่อน) 120 (-8 เทียบกับไตรมาสก่อน) 874 (+6 เทียบกับไตรมาสก่อน) 995 (-7 เทียบกับไตรมาสก่อน) +7.3M

เปรียบเทียบกับ Q1 2026. การยื่นแบบฟอร์ม 13F ของ SEC จะครบกำหนดภายใน 45 วันนับจากสิ้นสุดไตรมาส บวกกับระยะเวลาผ่อนผันสั้นๆ สำหรับผู้ยื่นล่าช้า — ไตรมาสที่ยังอยู่ในช่วงเวลานี้จะถูกข้ามไปเพื่อใช้คู่ที่รายงานล่าสุดอย่างสมบูรณ์

สถาบัน มูลค่า หุ้น % ของ 13F ที่ติดตาม ประเภท
Capital Research Global Investors $11,205,315,257 109,649,535 15.78% หุ้น
Capital World Investors $9,348,560,838 91,475,472 13.17% หุ้น
VANGUARD CAPITAL MANAGEMENT LLC $7,606,172,868 74,431,675 10.71% หุ้น
STATE STREET CORP $5,033,906,787 49,260,268 7.09% หุ้น
VANGUARD PORTFOLIO MANAGEMENT LLC $3,076,516,709 30,105,849 4.33% หุ้น
GEODE CAPITAL MANAGEMENT, LLC $2,531,867,154 24,893,421 3.57% หุ้น
FMR LLC $1,691,309,136 16,550,633 2.38% หุ้น
Capital International Investors $1,614,274,160 15,793,593 2.27% หุ้น
NORGES BANK $1,326,965,354 12,985,276 1.87% หุ้น
Fisher Asset Management, LLC $1,286,100,609 12,585,385 1.81% หุ้น
LOOMIS SAYLES & CO L P $816,801,845 7,992,972 1.15% หุ้น
VANGUARD FIDUCIARY TRUST CO $662,392,003 6,481,965 0.93% หุ้น
JANE STREET GROUP, LLC $637,624,724 6,239,600 0.90% สัญญาซื้อล่วงหน้า
MASSACHUSETTS FINANCIAL SERVICES CO /MA/ $474,053,585 4,638,943 0.67% หุ้น
UBS Group AG $468,701,793 4,586,572 0.66% สัญญาซื้อล่วงหน้า
AMERIPRISE FINANCIAL INC $426,205,376 4,170,657 0.60% หุ้น
WELLINGTON MANAGEMENT GROUP LLP $406,282,812 3,975,759 0.57% หุ้น
ENVESTNET ASSET MANAGEMENT INC $382,970,343 3,747,640 0.54% หุ้น
POLEN CAPITAL MANAGEMENT LLC $362,853,519 3,550,773 0.51% หุ้น
CITADEL ADVISORS LLC $359,923,399 3,522,100 0.51% สัญญาซื้อล่วงหน้า
BANK OF AMERICA CORP /DE/ $357,639,197 3,499,747 0.50% หุ้น
GOLDMAN SACHS GROUP INC $348,472,065 3,410,041 0.49% หุ้น
Swiss National Bank $328,377,346 3,213,400 0.46% หุ้น
Assenagon Asset Management S.A. $325,259,529 3,182,890 0.46% หุ้น
DZ BANK AG Deutsche Zentral Genossenschafts Bank, Frankfurt am Main $305,938,159 2,993,817 0.43% หุ้น
Mitsubishi UFJ Asset Management Co., Ltd. $294,195,915 2,878,911 0.41% หุ้น
JANE STREET GROUP, LLC $293,305,738 2,870,200 0.41% สัญญาขายล่วงหน้า
National Pension Service $285,711,590 2,795,886 0.40% หุ้น
UBS Group AG $280,211,827 2,742,067 0.39% หุ้น
JENNISON ASSOCIATES LLC $275,673,755 2,697,659 0.39% หุ้น
Legal & General Group Plc $270,013,266 2,642,267 0.38% หุ้น
Sumitomo Mitsui Trust Group, Inc. $267,956,078 2,622,136 0.38% หุ้น
VANGUARD ASSET MANAGEMENT, Ltd $263,248,082 2,576,065 0.37% หุ้น
LPL Financial LLC $257,034,098 2,515,257 0.36% หุ้น
Vanguard Global Advisers, LLC $251,432,568 2,460,442 0.35% หุ้น
BNP PARIBAS FINANCIAL MARKETS $246,614,923 2,413,298 0.35% หุ้น
BlackRock, Inc. $244,833,649 2,395,867 0.34% หุ้น
DIMENSIONAL FUND ADVISORS LP $241,801,172 2,366,193 0.34% หุ้น
RAYMOND JAMES FINANCIAL INC $229,267,641 2,243,543 0.32% หุ้น
LONDON CO OF VIRGINIA $224,047,323 2,192,437 0.32% หุ้น
TORONTO DOMINION BANK $217,577,225 2,129,144 0.31% หุ้น
Walleye Trading LLC $217,051,560 2,124,000 0.31% สัญญาซื้อล่วงหน้า
HighTower Advisors, LLC $211,710,223 2,071,731 0.30% หุ้น
RHUMBLINE ADVISERS $205,715,890 2,013,074 0.29% หุ้น
Clearbridge Investments, LLC $202,515,106 1,981,751 0.29% หุ้น
ROYAL BANK OF CANADA $199,339,000 1,950,671 0.28% หุ้น
California Public Employees Retirement System $197,227,007 1,930,003 0.28% หุ้น
Nuveen, LLC $184,607,469 1,806,512 0.26% หุ้น
Alyeska Investment Group, L.P. $170,485,110 1,668,315 0.24% หุ้น
BARCLAYS PLC $160,924,828 1,574,761 0.23% หุ้น
CALIFORNIA STATE TEACHERS RETIREMENT SYSTEM $157,325,774 1,756,064 0.22% หุ้น
Walleye Trading LLC $142,647,021 1,395,900 0.20% สัญญาขายล่วงหน้า
NEW YORK STATE COMMON RETIREMENT FUND $140,714,812 1,376,992 0.20% หุ้น
AMERICAN CENTURY COMPANIES INC $135,808,071 1,328,976 0.19% หุ้น
CITADEL ADVISORS LLC $132,503,846 1,296,642 0.19% หุ้น
Quantinno Capital Management LP $129,623,674 1,268,457 0.18% หุ้น
Empower Advisory Group, LLC $128,426,248 1,256,740 0.18% หุ้น
Balyasny Asset Management L.P. $126,706,505 1,239,911 0.18% หุ้น
ProShare Advisors LLC $125,905,031 1,232,068 0.18% หุ้น
WOLVERINE TRADING, LLC $124,571,944 1,454,600 0.18% สัญญาซื้อล่วงหน้า
TORONTO DOMINION BANK $122,934,570 1,203,000 0.17% สัญญาซื้อล่วงหน้า
Baird Financial Group, Inc. $122,654,365 1,200,258 0.17% หุ้น
Nuveen Asset Management, LLC $116,620,291 1,278,031 0.16% หุ้น
UBS AM, a distinct business unit of UBS ASSET MANAGEMENT AMERICAS LLC $109,418,238 1,221,322 0.15% หุ้น
AVIVA PLC $108,625,109 1,062,972 0.15% หุ้น
VICTORY CAPITAL MANAGEMENT INC $108,318,044 1,059,967 0.15% หุ้น
Focus Partners Wealth $106,192,463 1,039,159 0.15% หุ้น
ALLIANCEBERNSTEIN L.P. $104,685,288 1,168,493 0.15% หุ้น
CANADA PENSION PLAN INVESTMENT BOARD $100,590,216 984,345 0.14% หุ้น
STATE BOARD OF ADMINISTRATION OF FLORIDA RETIREMENT SYSTEM $100,535,237 983,807 0.14% หุ้น
BLAIR WILLIAM & CO/IL $96,660,335 945,888 0.14% หุ้น
MACKENZIE FINANCIAL CORP $95,958,965 939,025 0.14% หุ้น
EVERETT HARRIS & CO /CA/ $95,437,544 933,923 0.13% หุ้น
Centiva Capital, LP $92,860,053 908,700 0.13% สัญญาขายล่วงหน้า
D. E. Shaw & Co., Inc. $90,540,340 886,000 0.13% สัญญาขายล่วงหน้า
Woodline Partners LP $89,043,359 871,351 0.13% หุ้น
JONES FINANCIAL COMPANIES LLLP $88,812,439 849,067 0.13% หุ้น
NEOS Investment Management LLC $88,793,606 868,907 0.13% หุ้น
Squarepoint Ops LLC $87,828,831 859,466 0.12% หุ้น
ADAGE CAPITAL PARTNERS GP, L.L.C. $84,072,633 822,709 0.12% หุ้น
MILLENNIUM MANAGEMENT LLC $84,051,275 822,500 0.12% สัญญาขายล่วงหน้า
Universal- Beteiligungs- und Servicegesellschaft mbH $83,860,076 821,638 0.12% หุ้น
LORING WOLCOTT & COOLIDGE FIDUCIARY ADVISORS LLP/MA $80,592,070 788,650 0.11% หุ้น
Aberdeen Group plc $77,874,503 762,056 0.11% หุ้น
Capital International, Inc./CA/ $76,349,419 747,132 0.11% หุ้น
WOLVERINE TRADING, LLC $75,149,100 877,500 0.11% สัญญาขายล่วงหน้า
SCHRODER INVESTMENT MANAGEMENT GROUP $73,885,720 723,023 0.10% หุ้น
APG Asset Management N.V. $73,751,273 825,128 0.10% หุ้น
CAPITAL INTERNATIONAL SARL $72,173,936 706,272 0.10% หุ้น
HEALTHCARE OF ONTARIO PENSION PLAN TRUST FUND $71,440,518 699,095 0.10% หุ้น
Susquehanna Portfolio Strategies, LLC $71,173,802 696,485 0.10% หุ้น
US BANCORP \DE\ $71,116,779 695,927 0.10% หุ้น
PRUDENTIAL FINANCIAL INC $68,505,417 670,373 0.10% หุ้น
SUMMITRY LLC $67,631,826 661,824 0.10% หุ้น
MILLENNIUM MANAGEMENT LLC $67,578,247 661,300 0.10% สัญญาซื้อล่วงหน้า
NICHOLAS COMPANY, INC. $66,064,813 646,490 0.09% หุ้น
Zurcher Kantonalbank (Zurich Cantonalbank) $65,479,060 640,758 0.09% หุ้น
KEYBANK NATIONAL ASSOCIATION/OH $65,271,878 638,730 0.09% หุ้น
Korea Investment CORP $64,564,153 631,805 0.09% หุ้น
BNP PARIBAS ASSET MANAGEMENT Holding S.A. $64,365,375 629,823 0.09% หุ้น

ผู้บริหารบริษัท 80 รายชื่อผู้บริหาร · ผู้บริหาร 46 คน · กรรมการ 36 คน

ผู้บริหารภายใน บทบาท กิจกรรมล่าสุด หุ้นที่ถือครอง ซื้อ 12 เดือน ขาย 12 เดือน สุทธิ 12 เดือน
Brian R Niccol chairman and ceo 19 พฤศจิกายน 2025 F 474,470 0 0 $0
Michael Aaron Conway ceo, North America 15 สิงหาคม 2024 S 75,054 0 0 $0
Laxman Narasimhan ceo 20 พฤศจิกายน 2023 F 164,784 0 0 $0
Howard D Schultz interim ceo 12 พฤษภาคม 2022 P 19,606,960 0 0 $0
Kevin R Johnson president and ceo 8 ธันวาคม 2021 M 469,145 0 0 $0
Dorothy J Kim evp, Global Strat., office ceo 17 พฤศจิกายน 2008 A 4,575 0 0 $0
James Donald ceo and president 19 พฤศจิกายน 2007 A 0 0 0 $0
Orin Smith president and ceo 16 พฤศจิกายน 2004 A 21,718 0 0 $0
Cathy R Smith evp, cfo 24 มีนาคม 2026 F 63,752 0 0 $0
Rachel Ruggeri evp, cfo 18 กุมภาพันธ์ 2025 F 79,141 0 0 $0
Patrick J Grismer evp and cfo 17 ธันวาคม 2020 F 125,653 0 0 $0
Scott Harlan Maw evp, chief financial officer 16 พฤศจิกายน 2018 F 81,290 0 0 $0
Peter J Bocian evp & cfo 8 พฤษภาคม 2008 A 44,750 0 0 $0
Martin Michael Casey evp, cfo, cao 21 พฤศจิกายน 2006 G 64,085 0 0 $0
Rosalind G Brewer group president and coo 16 พฤศจิกายน 2020 F 128,408 0 0 $0
Arthur Rubinfeld president, Global Development 17 พฤศจิกายน 2010 F 158,862 0 0 $0
Launi Skinner president, Starbucks Coffee US 19 พฤศจิกายน 2007 A 0 0 $0
James C Alling president, Starbucks Intl. 19 พฤศจิกายน 2007 A 107,727 0 0 $0
Michael David Grams evp, chief operating officer 17 มีนาคม 2026 F 28,149 0 0 $0
John Culver group pres, N America & coo 15 พฤศจิกายน 2021 F 408,992 0 0 $0
Troy Alstead chief operating officer 26 มกราคม 2015 M 68,987 0 0 $0
Sara Kelly evp, chief partner officer 15 มิถุนายน 2026 F 57,567 0 2 $-452,800
Bradley E Lerman evp, chief legal officer 14 พฤศจิกายน 2025 F 42,676 0 0 $0
Pilar Ramos evp, chief legal officer 11 พฤศจิกายน 2025 A 16,200 0 0 $0
Zabrina Jenkins acting evp, general counsel 15 กุมภาพันธ์ 2023 F 38,025 0 0 $0
Gina Woods evp, Public Affairs 15 กุมภาพันธ์ 2022 F 27,892 0 0 $0
Jill Walker svp chief accounting officer 15 กุมภาพันธ์ 2022 F 36,000 0 0 $0
Angela Lis evp, chief partner officer 10 ธันวาคม 2021 S 37,422 0 0 $0
Rachel A Gonzalez evp, general counsel 15 พฤศจิกายน 2021 F 106,569 0 0 $0
John Ac Kelly evp, Public Affairs 16 เมษายน 2020 F 44,314 0 0 $0
Lucy Lee Helm evp, chief partner officer 13 ธันวาคม 2019 M 114,333 0 0 $0
Vivek C Varma evp, Public Affairs 6 กันยายน 2019 M 62,195 0 0 $0
Clifford Burrows group pres. Siren Retail 29 มกราคม 2019 M 248,255 0 0 $0
Paul Mutty svp, deputy general counsel 16 มกราคม 2018 A 14,602 0 0 $0
Jeffery J Hansberry pres, Starbucks Coffee CAP 15 พฤศจิกายน 2013 F 81,732 0 0 $0
Paula Boggs evp, general counsel & secy 15 มีนาคม 2012 M 84,289 0 0 $0
Scrivner Annie Young chief marketing officer 18 มีนาคม 2011 M 8,627 0 0 $0
Stephen Gillett evp, chief information officer 1 กุมภาพันธ์ 2011 S 63,290 0 0 $0
Holmes Kalen evp, Partner Resources 15 ธันวาคม 2010 F 30,814 0 0 $0
Peter D Gibbons evp, Global Supply Chain Ops 3 ธันวาคม 2010 M 78,093 0 0 $0
Martin Coles pres., Starbucks Coffee Intl. 16 พฤศจิกายน 2009 A 63,558 0 0 $0
Chet Kuchinad evp, Partner Resources 17 พฤศจิกายน 2008 A 0 0 $0
Gerardo I Lopez svp; pres Global Consumer Prod 17 พฤศจิกายน 2008 A 71,865 0 0 $0
David Pace evp partner resources 12 ธันวาคม 2007 M 1,098 0 0 $0
Sandra E Taylor svp, Corp. & Social Resp. 20 พฤศจิกายน 2003 A 0 0 $0
Wanda Herndon svp, Worldwide Public Affairs 20 พฤศจิกายน 2003 A 48,848 0 0 $0
Daniel Servitje กรรมการ 25 มีนาคม 2026 A 11,187 0 0 $0
Wei Zhang กรรมการ 25 มีนาคม 2026 A 12,376 0 0 $0
Neal Mohan กรรมการ 25 มีนาคม 2026 A 11,187 0 0 $0
Jorgen Vig Knudstorp กรรมการ 25 มีนาคม 2026 A 57,752 1 0 $994,500

ผู้บริหารจากเอกสาร SEC Form 3/4/5; สุทธิ = เฉพาะการซื้อขายในตลาดเปิด

การถือครอง ETF ถือโดย ETF 201 ราย

น้ำหนักสะท้อนถึงการถือครองหุ้นโดยตรง (N-PORT) เท่านั้น กองทุนเลเวอเรจหรือกองทุนที่อิงตราสารอนุพันธ์อาจมีการเปิดรับความเสี่ยงจากสัญญาแลกเปลี่ยน (swap) เพิ่มเติมซึ่งไม่แสดง

กองทุน น้ำหนัก หน่วย ณ วันที่ แหล่งที่มา
PBJ · Invesco Exchange-Traded Fund Trust 5.16% 45,045 SH 20 สิงหาคม 2026 รายวัน
PEJ · Invesco Exchange-Traded Fund Trust 4.71% 163,576 SH 20 สิงหาคม 2026 รายวัน
MILN · Global X Funds 3.00% 29,514 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
CGCV · Capital Group Conservative Equity E… 2.37% 418,008 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
CGDV · Capital Group Dividend Value ETF 2.26% 8,006,739 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
FLAG · Global X Funds 2.20% 344 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
TBG · EA Series Trust 2.17% 47,369 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
QNXT · iShares Trust 2.16% 5,962 SH 20 สิงหาคม 2026 รายวัน
RSPD · Invesco Exchange-Traded Fund Trust 2.14% 65,183 SH 20 สิงหาคม 2026 รายวัน
IYC · iShares Trust 1.96% 227,558 SH 20 สิงหาคม 2026 รายวัน
SDOG · ALPS ETF Trust 1.89% 263,298 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
RXI · iShares Trust 1.81% 46,943 SH 20 สิงหาคม 2026 รายวัน
WANT · Direxion Shares ETF Trust 1.79% 3,489 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
FDIS · FIDELITY COVINGTON TRUST 1.78% 299,934 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
GXPD · Global X Funds 1.76% 8,817 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
VCR · VANGUARD WORLD FUND 1.74% 1,164,552 SH 19 สิงหาคม 2026 รายวัน
CGUS · Capital Group Core Equity ETF 1.71% 1,867,524 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
FDVV · FIDELITY COVINGTON TRUST 1.65% 1,440,196 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
UCC · ProShares Trust 1.64% 1,919 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
SPIT · RBB Fund, Inc. 1.43% 3,897 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
CGGO · Capital Group Global Growth Equity … 1.38% 1,575,202 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
HDV · iShares Trust 1.34% 1,971,218 SH 20 สิงหาคม 2026 รายวัน
DIVD · EA Series Trust 1.28% 2,130 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
HGRO · ETF Opportunities Trust 1.26% 11,678 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
ROPE · EA Series Trust 1.26% 1,078 NS 29 พฤษภาคม 2026 N-PORT
TMFE · RBB Fund, Inc. 1.23% 10,553 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
LCLG · Advisors Series Trust 1.05% 10,075 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
FDRR · FIDELITY COVINGTON TRUST 1.03% 67,267 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
QQQE · Direxion Shares ETF Trust 1.03% 118,296 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
EQWL · Invesco Exchange-Traded Fund Trust 1.00% 267,760 SH 20 สิงหาคม 2026 รายวัน
ALRG · ALLSPRING EXCHANGE-TRADED FUNDS TRU… 0.99% 696 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
CGDG · Capital Group Dividend Growers ETF 0.80% 407,053 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
MFSG · MFS Active Exchange Traded Funds Tr… 0.77% 26,568 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
SNPV · DBX ETF Trust 0.76% 17,759 NS 29 พฤษภาคม 2026 N-PORT
AKAF · ETF Series Solutions 0.70% 208 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
FXD · First Trust Exchange-Traded AlphaDE… 0.62% 15,580 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
QCLR · Global X Funds 0.62% 233 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
FBCG · FIDELITY COVINGTON TRUST 0.61% 361,571 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
QYLD · Global X Funds 0.60% 477,433 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
QRMI · Global X Funds 0.60% 929 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
PTNQ · Pacer Funds Trust 0.59% 69,293 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
QYLG · Global X Funds 0.59% 7,869 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
QTR · Global X Funds 0.58% 160 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
MGV · VANGUARD WORLD FUND 0.55% 716,344 SH 19 สิงหาคม 2026 รายวัน
SPXD · DBX ETF Trust 0.54% 369 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
FFLG · FIDELITY COVINGTON TRUST 0.54% 30,153 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
QSIX · Pacer Funds Trust 0.53% 909 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
QQQ · Invesco QQQ Trust, Series 1 0.53% 24,548,915 SH 20 สิงหาคม 2026 รายวัน
QQQM · Invesco Exchange-Traded Fund Trust … 0.53% 5,218,101 SH 20 สิงหาคม 2026 รายวัน
VIG · VANGUARD SPECIALIZED FUNDS 0.51% 6,438,714 SH 19 สิงหาคม 2026 รายวัน