MSFT Microsoft Corporation - Common Stock

NASDAQ · Technology · ดูใน SEC EDGAR ↗
$483.22
ราคา · ส.ค. 19, 2026
ข้อมูลพื้นฐาน ณ วันที่ ก.ค. 29, 2026

เกี่ยวกับ Microsoft Corporation - Common Stock ภาพรวมบริษัทจาก Wikipedia

ไมโครซอฟท์ เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก มีฐานการผลิตอยู่ที่ โดยผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ที่มีกำลังการตลาดมากที่สุดคือ ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ

อ่านเพิ่มเติม

ไมโครซอฟท์ (อังกฤษ: Microsoft ; แนสแด็ก: MSFT) เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก มีฐานการผลิตอยู่ที่ โดยผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ที่มีกำลังการตลาดมากที่สุดคือ ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ

จุดเริ่มต้นของบริษัทคือการพัฒนาและออกจำหน่ายตัวแปลภาษาเบสิก สำหรับเครื่องแอทแอร์ 8800 หลังจากนี้น ไมโครซอฟท์เริ่มมีอิทธิพลต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์ภายในบ้าน โดยการออกระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ดอสเมื่อช่วงกลางยุค 1980 ในสายการผลิตของไมโครซอฟท์ วินโดวส์ โดยได้รับความนิยมจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี นักวิจารณ์ผู้หนึ่งกล่าวถึงเป้าหมายแรกของไมโครซอฟท์ว่า คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในสำนักงานหันมาใช้ซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์

ไมโครซอฟท์ได้เริ่มครอบงำตลาดซอฟต์แวร์อื่น ๆ โดยไมโครซอฟท์มีกิจการอื่น ๆ ของตัวเองเช่น MSNBC (ดำเนินธุรกิจเคเบิลทีวี) , เอ็มเอสเอ็น (ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต),และเอ็นคาร์ทาร์ (ดำเนินธุรกิจสารานุกรมออนไลน์) บริษัทยังดำเนินกิจการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์อีกด้วย เช่น เมาส์ และอุปกรณ์ความบันเทิงต่าง ๆ เช่น Xbox, Xbox 360, Xbox One, ซูน และ เอ็มเอสเอ็น ทีวี.บริษัทได้นำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยราคาหุ้นของไมโครซอฟท์อยู่ในภาวะมั่นคง ไมโครซอฟท์มีทรัพย์สินรวมกันประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) และมีกำไรประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 420,000 ล้านบาท)

ประวัติโดยรวมของบริษัท เริ่มเป็นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งเริ่มมีการแข่งขันทางด้านเอกสิทธิ์และการต่อต้านการปฏิบัติการด้านธุรกิจรวมทั้งการปฏิเสธ โดยกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา และองค์กรจากทวีปยุโรป

อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ได้แถลงว่ายังเป็นองค์กรธุรกิจที่เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาโปรแกรม ไมโครซอฟท์มีประวัติการช่วยเหลือผู้ใช้ผ่านทางเวิลด์ไวด์เว็บ และรางวัลไมโครซอฟท์ เอ็มวีพี สำหรับอาสาสมัครที่ช่วยเหลือลูกค้าเป็นประจำ

ประวัติ

1975–1985: ก่อตั้ง

หลังจากการเปิดตัวของ แอทแอร์ 8000 วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม (หรือ บิล เกตส์) ได้เรียกวิศวกรมาช่วยสร้างไมโครคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่, Micro Instrumentation and Telemetry Systems (MITS) , ได้สาธิตแสดงการใช้งานของ การเขียนโปรแกรมภาษาเบสิกสำหรับระบบให้กับ MITS หลังจากการสาธิตครั้งดังกล่าว, MITS ก็ยอมรับการใช้งานของโปรแกรม แอทแอร์ เบสิก.ในขณะที่ บิล เกตส์ ยังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด, เขาก็ได้ย้ายไปที่รัฐนิวเม็กซิโก และได้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ที่นั่น บริษัทในเครือของไมโครซอฟท์ที่ตั้งอยู่ต่างประเทศแห่งแรกคือ บริษัทไมโครซอฟท์แห่งประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1978 และในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1979 บริษัทก็ย้ายสำนักงานใหญ่อีกครั้ง โดยตั้งอยู่ที่รัฐวอชิงตัน สตีฟ เบลล์เมอร์ ได้เข้าทำงานกับไมโครซอฟท์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1980 และได้เป็นซีอีโอถัดจาก บิลล์ เกตส์ ในเวลาต่อมา

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของไอบีเอ็ม-พีซี -IBM-PC มาจากแพ็คเกจซอฟต์แวร์ของแอปเปิลซอฟต์ เบสิก โดยมีส่วนประกอบของตัวแปลภาษาเบสิกที่อยู่ในเครื่องแอปเปิล และไมโครซอฟท์ ซอฟต์การ์ด , ซีพียู Z80 สำหรับเครื่องแอปเปิล และ ความเข้ากันได้ของฮาร์ดแวร์เมื่อใช้เครื่องที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ CP/M ในแอปเปิลซอฟต์ และ แอปแปิลดอส

ช่วงเวลาสำคัญของไมโครซอฟท์ ได้แก่เมื่อบริษัทไอบีเอ็มได้วางแผนจะรุกตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ด้วยการนำเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไอบีเอ็มออกวางตลาด ใน ค.ศ. 1985 ไอบีเอ็มได้เข้ามาเจรจากับไมโครซอฟท์เพื่อขอซื้อระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (ไอบีเอ็มได้ทำสัญญาภาษาคอมพิวเตอร์ไปแล้ว) แต่ไมโครซอฟท์ไม่มีระบบปฏิบัติการจะขายให้ จึงแนะนำให้ไอบีเอ็มไปคุยกับดิจิทัลรีเสิร์ชแทน ที่ดิจิทัลรีเสิร์ช ผู้แทนของไอบีเอ็มได้คุยกับโดโรธี ภรรยาของ แกรี คิลดาลล์ แต่เธอปฏิเสธการลงนามในข้อตกลงมาตรฐานซึ่งไม่ปิดผนึก เนื่องจากเห็นว่าเสียเปรียบเกินไป ไอบีเอ็มจึงหันมาคุยกับไมโครซอฟท์อีกครั้ง บิล เกตส์ได้สิทธิ์ในการใช้สำเนาการออกแบบของ CP/M และ QDOS (Quick and Dirty Operating System) จาก ทิม แพทเทอร์สัน แห่งบริษัท ซีแอตเทิล คอมพิวเตอร์ โปรดักส์ ด้วยการซื้อมาในราคา 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น DOS (Disk Operating System) เพื่อขายมันให้กับไอบีเอ็มในราคา "ราว 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ" ตามคำกล่าวอ้างของเกตส์ และในที่สุด MS-DOS และ PC-DOS ก็ได้แจ้งเกิดในวงการ ต่อมา ไอบีเอ็มได้ค้นพบว่าระบบปฏิบัติการของเกตส์อาจมีปัญหาละเมิดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของ CP/M จึงได้ติดต่อกลับไปที่แกรี คิลดาลล์ และเพื่อแลกกับสัญญาว่าจะไม่ถูกคิลดาลล์ฟ้องกลับ ไอบีเอ็มได้ตกลงว่าจะขาย CP/M ควบคู่ไปกับ PC-DOS เมื่อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไอบีเอ็มออกวางตลาด โดยตั้งราคาขาย CP/M ไว้ที่ 250 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ MS-DOS/PC-DOS มีราคาเพียง 40 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ MS-DOS/PC-DOS ขายดีกว่า CP/M หลายเท่า และกลายเป็นมาตรฐานในที่สุด ข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ระหว่างไมโครซอฟท์กับไอบีเอ็มเอง ไม่ได้สร้างรายได้มากมายเท่าไรนัก (ในสัญญาไม่ได้ระบุไว้ว่าจะต้องขายให้แก่ไอบีเอ็มเจ้าเดียว) แต่ในทางกลับกัน ไมโครซอฟท์มีสิทธิ์ในการขาย MS-DOS ให้กับผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์รายอื่นๆ และด้วยการโหมรุกทางการตลาดอย่างหนัก เพื่อขาย MS-DOS ให้ผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เลียนแบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไอบีเอ็ม ไมโครซอฟท์มีวิสัยทัศน์ในวงการอุตสาหกรรมไมโครคอมพิวเตอร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้จะต้องแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ในวงการอย่างไอบีเอ็มก็ตามหลังจากนั้น ไมโครซอฟท์ก็ได้รุกตลาดฮาร์ดแวร์ โดยการเปิดตัวไมโครซอฟท์ เมาส์ ในปี ค.ศ. 1983 และก่อตั้งไมโครซอฟท์ เพลส เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ให้กับผู้ใช้

1985–1995

ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1985 ไมโครซอฟท์กับไอบีเอ็ม ได้ร่วมกันพัฒนาระบบปฏิบัติการที่ก้าวหน้ากว่าเดิม มีชื่อว่า OS/2 (โอเอสทู) และในวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1985 ไมโครซอฟท์ก็ได้เปิดตัวเวอร์ชันแรกของไมโครซอฟท์ วินโดวส์ โดยเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้รูปแบบกราฟิกรุ่นแรก โดยเป็นส่วนต่อภายนอกของดอส 13 มีนาคม ค.ศ. 1986 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยราคาหุ้นเริ่มแรกอยู่ที่ 21 ดอลลาร์สหรัฐ และปิดการซื้อขายวันแรกที่ 28 ดอลลาร์สหรัฐ และหลังจากนั้น ไมโครซอฟท์มีมูลค่าหุ้นถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และประมาณการว่า ไมโครซอฟท์มีมูลค่าทรัพย์สินมากถึง 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี ค.ศ. 1987 ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการจาก โอเอสทู ไปสู่ระบบปฏิบัติการแบบOEMs.

การเสนอขายหุ้นครั้งแรกให้แก่สาธารณชน

ไมโครซอฟท์ดำเนินการระดมทุนสาธารณะในรูปแบบการเสนอขายหุ้นครั้งแรกให้แก่สาธารณชน และได้นำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1986 ในราคาปิดที่ 27.75 ดอลลาร์สหรัฐ และมีจุดสูงสุดของวันที่ 29.25 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากไม่กี่นาที่ที่เปิดตลาด ทำให้ เกตส์ และ อเลน กลายเป็นเศรษฐีพันล้านในเวลาต่อมา โดยเกตส์ถือหุ้นในไมโครซอฟท์ 45% ของมูลค่าหุ้น 24.7 ล้านดอลลาร์ และอเลนถือหุ้นอยู่ 25% เกตส์ได้รับกำไรจากบริษัทอีก 234 ล้านดอลลาร์ และทำให้ไมโครซอฟท์มีมูลค่าหุ้นรวม 520 ล้านดอลลาร์ ในเวลาต่อมา

หลังจากเข้าสู่ตลาดหุ้น

ในปี ค.ศ. 1989 ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สำนักงานที่ชื่อ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ โดยเริ่มแรก ชุดโปรแกรมนี้ประกอบด้วย ไมโครซอฟท์ เวิร์ด และไมโครซอฟท์ เอ็กเซล

ส่วนในวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 1990 ไมโครซอฟท์ก็ได้เปิดตัว วินโดวส์ 3.0

โดยเวอร์ชันใหม่ของไมโครซอฟท์ วินโดวส์ได้มีการเปลี่ยนแปลงส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้ และมีโหมดสำหรับผู้ใช้ซีพียูอินเทล 386 โดยยอดขายวินโดวส์รุ่นนี้มีกว่า 100,000 ชุดภายใน 2 สัปดาห์

วินโดวส์ 3.0 ได้สร้างกำไรมากมายให้กับไมโครซอฟท์ และทำให้บริษัทตัดสินใจปรับปรุงรูปแบบของโอเอสทูให้มาเป็นวินโดวส์หลังจากนั้น มีผู้นิยมใช้ระบบปฏิบัติการโอเอสทูและวินโดวส์กันมากขึ้น ทำให้ไมโครซอฟท์ต้องรีบเพิ่มการผลิตและปรับปรุงระบบปฏิบัติการของตน

และเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 1991 เกตส์ได้ประกาศต่อพนักงานของไมโครซอฟท์ว่า ความร่วมมือกับไอบีเอ็มเพื่อพัฒนา OS/2 ได้สิ้นสุดลงแล้ว ต่อแต่นี้ไมโครซอฟท์จะหันมาทุ่มเทให้กับระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์วินโดวส์แทน โดยมีแกนกลางเป็น Windows NT. ในปีที่นำผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาดนั้น OS/2 ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และวินโดวส์ได้กลายเป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นที่นิยมของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนจาก MS-DOS ไปเป็นระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ไมโครซอฟท์ได้ยึดตลาดของคู่แข่งด้วยโปรแกรมประยุกต์หลายตัว เป็นต้นว่า WordPerfect และ Lotus 1-2-3

ในปี ค.ศ. 1993 ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว วินโดวส์ เอ็นที 3.1 เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้ในวงการธุรกิจโดยรูปแบบเหมือนกันกับ วินโดวส์ 3.11 และในปี ค.ศ. 1995 ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว วินโดวส์ 95 ซึ่งมีการปรับรูปแบบใหม่ทั้งหมด โดยเป็นวินโดวส์รุ่นแรกที่ใช้ทาสก์บาร์ โดยมียอดการจำหน่ายใน 4 วันแรกกว่า 1 ล้านชุดโดยไมโครซอฟท์ได้เพิ่มความสามารถทางด้านเว็บแเบราว์เซอร์ (อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์) ลงในวินโดวส์ 95 พลัส แพ็ค ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1995.

1995–2005: อินเทอร์เน็ตและกฎหมาย

วันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 1995 บิล เกตส์ ออกประกาศภายในเรื่อง คลื่นแห่งระบบอินเทอร์เน็ต, ไมโครซอฟท์เริ่มต้นสายการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์สำหรับระบบเครือข่าย ในวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 1995 ก็ได้เปิดตัวบริการออนไลน์อย่างเอ็มเอสเอ็น ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของเอโอแอล โดยเอ็มเอสเอ็นให้บริการเกี่ยวกับข้อมูลออนไลน์ของไมโครซอฟท์บริษัทยังคงสาขาไปตลาดใหม่ และในปี ค.ศ. 1996 เริ่มมีกิจการเคเบิลทีวีของตัวเองซึ่งใช้ชื่อว่า เอ็นบีซี โดยเป็นสถานีเคเบิลทีวีแบบ 24/7 ไมโครซอฟท์ได้เข้าสู่วงการพีดีเอ ด้วย วินโดวส์ ซีอี 1.0 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องพีดีเอ ใช้หน่วยความจำและสมรรถนำต่ำ เช่น handhelds และคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กอื่นๆ

ต่อมาในปี ค.ศ. 1997 อินเทอร์เน็ตเอกซ์โพลเลอร์ 4.0 ได้ถูกออกแบบมาสำหรับ Mac OS และวินโดวส์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการการครอบครองของตลาดเว็บเบราว์เซอร์ เช่น เน็ตสเคป ในเดือนตุลาคม บริษัท จัสติส ดีพาร์ตเมนท์ ได้ ยื่นคำร้องใน Federal ว่าไมโครซอฟท์ได้ละเมิดสัญญาที่ได้ทำในปี 1994 และได้ฟ้องให้บริษัทหยุดการพัฒนาโปรแกรมอินเทอร์เน็ตเอกซ์โพลเลอร์สำหรับวินโดวส์

ในปี ค.ศ. 1998 บิลล์ เกตส์ได้เลื่อนตำแหน่งให้ สตีฟ บอลเมอร์ เพื่อนผู้คบหากันมานาน ให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง และดำรงตำแหน่ง หัวหน้าสถาปนิกซอฟต์แวร์ แทนเขาอีกด้วยและในปีเดียวกัน ไมโครซอฟท์ก็ได้เปิดตัววินโดวส์ 98 ซึ่งเป็นรุ่นอัปเดตจากวินโดวส์ 95 ซึ่งได้เพิ่มความสามารถทางด้านอินเทอร์เน็ตและไดรเวอร์ให้ดีขึ้น วันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 2000 คำตัดสินเด็ดขาดระหว่างรัฐบาลสหรัฐอเมริกากับไมโครซอฟท์

ในฐานะสถาปนิกซอฟต์แวร์ผู้วางยุทธวิธีการขายสินค้าของไมโครซอฟท์ บิลล์ เกตส์ได้เพิ่มความหลากหลายของประเภทสินค้าไปอย่างกว้างขวาง และเมื่อสินค้านั้น ๆ ครองตำแหน่งสินค้ายอดนิยมในบรรดาประเภทเดียวกัน เกตส์ก็จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันตำแหน่งนั้นไว้ การตัดสินใจทางยุทธวิธีของเกตส์และของผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์คนอื่น ๆ ทำให้ในปี ค.ศ. 2001 หน่วยงานของรัฐที่ควบคุมการแข่งขันทางการตลาดจับตามอง และในบางกรณีถูกวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่นกรณีที่ไมโครซอฟท์ถูกฟ้องร้องในข้อหาผูกขาดทางการตลาดจากการรวมเอาอินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ไว้ในระบบปฏิบัติการวินโดวส์เป็นต้น

ในปีเดียวกันนั้น ไมโครซอฟท์ก็ได้เปิดตัววินโดวส์เอกซ์พี เป็นวินโดวส์รุ่นแรกที่แยกส่วนการผลิตเป็น 2 รุ่น แต่ก่อนที่จะมีวินโดวส์เอกซ์พี ได้มีการทดสอบวินโดวส์เอ็นที และวินโดวส์ 9x ในฐาน XP วินโดวส์เอกซ์พีได้มีการปรับปรุงส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้ เป็นครั้งที่ 2 จากครั้งที่แล้วที่ทำกับวินโดวส์ 95หลังจากปี 2001 ไมโครซอฟท์ก็ได้เปิดตัว Xbox โดยไมโครซอฟท์เข้าสู่วงการเกมเพื่อแข่งขันกันกับโซนี่ และนินเทนโด

2006–ปัจจุบัน: วิสตา และการเปลี่ยนแปลง

27 มิถุนายน ค.ศ. 2008 บิล เกตส์ ได้เลิกทำภารกิจต่างๆ ในบริษัท หลังจากบทบาทของหัวหน้าสถาปนิกซอฟต์แวร์ของเขาลดลงเป็นเวลากว่า 2 ปี และตำแหน่งดังกล่าวได้ถูกแทนที่โดย เรย์ โอสซีย์ แต่เขาก็ยังอยู่ในบริษัทในฐานะประธานกรรมการบริหารและที่ปรึกษาโครงการจากนั้น วินโดวส์ วิสตา ก็ได้เปิดตัวในช่วงต้นปี ค.ศ. 2007 โดยมียอดการจำหน่ายวันแรกสูงถึง 140 ล้านชุดและได้เปิดตัวพร้อมกับไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2007 โดยมีส่วนติดต่อกับผู้ใช้แบบใหม่คือริบบอน

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 ไมโครซอฟท์ได้เสนอซื้อยาฮู ในราคา 44,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐและถูกปฏิเสธเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ทำให้ในวันที่ 3 พฤษภาคม ปีเดียวกัน ไมโครซอฟท์จึงประกาศถอนตัวในการเสนอราคาครั้งนี้

ไมโครซอฟท์ออกมาประกาศเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 จะแบ่งปันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อให้ง่ายขึ้น สำหรับนักพัฒนาในการสร้างซอฟต์แวร์ที่ทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์อย่างไรก็ตามสหภาพยุโรปยังคงแสดงถึงความไม่พอใจกับบริษัทที่ขาดสภาพคล่อง ประกอบกับในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2004 มีการตัดสินจากศาลว่าให้เพิ่มโทษปรับของไมโครซอฟท์อีก € 899 ล้าน ($ 1.4 พันล้าน) ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มโทษปรับครั้งที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอียูหลังจากนั้น ในรายงานทางการเงินของเดือนมกราคม ค.ศ. 2009 ของไมโครซอฟท์ ปรากฏว่า มีพนักงานถูกเลิกจ้างมากถึง 5,000 คน เนื่องจากเกิดวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์

และในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009 ไมโครซอฟท์ออกมา การประกาศเจตนาเพื่อเปิดขายผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ในร้านค้าปลีก เช่น วอลล์มาร์ท และ ดรีมเวิร์ค โดยมีแนวคิดมาจากเดวิด พอร์เธอร์ เพื่อต้องการให้ผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์สามารถซื้อได้สะดวกขึ้น

ในวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 ไมโครซอฟท์และโนเกียได้ประกาศร่วมมือพัฒนา Window Phone และในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 2013 ไมโครซอฟท์ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการด้านโทรศัพท์ของโนเกียทั้งหมด ในราคา 7.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาในวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2014 ไมโครซอฟท์ได้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ โมบาย

ในวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ไมโครซอฟท์ได้หมดสัญญาผูกพันกับทางโนเกีย ที่ห้ามไม่ให้โนเกียดำเนินการจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนในชื่อโนเกีย และในวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ไมโครซอฟท์ได้ยกเลิกการผลิตไมโครซอฟท์ ลูเมียของไมโครซอฟท์ โมบาย โดยการปลดพนักงานออกถึง 1,850 ตำแหน่ง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมปี 2017

ผลิตภัณฑ์

ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2002 ไมโครซอฟท์ได้จัดตั้ง 7 กลุ่มบริษัทที่มีอิสระทางการเงิน และหลังจากนั้น ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2005 ไมโครซอฟท์ได้แบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์จาก 7 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็น 3 หมวด คือ

หมวดผลิตภัณฑ์แพลตฟอร์ม ประกอบด้วย วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ , เอ็มเอสเอ็น และกลุ่มโปรแกรมเบ็ดเตล็ดต่างๆ

หมวดผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ประกอบด้วย โซลูชั่นสำหรับธุรกิจ

หมวดผลิตภัณฑ์บันเทิง เช่น วินโดวส์โมบาย

หมวดผลิตภัณฑ์แพลตฟอร์ม

เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อไมโครซอฟท์เป็นอย่างมาก ซึ่งได้รับการผลิตในหลายเวอร์ชัน เช่น วินโดวส์ 3.11 วินโดวส์ 95 วินโดวส์ 98 วินโดวส์มี วินโดวส์ 2000 วินโดวส์เอกซ์พี วินโดวส์วิสตา และ วินโดวส์เซเว่น โดยเกือบทั้งหมดมาจาก IBM compatible แต่มีซอฟต์แวร์เสริมที่เข้ามาคือ Windows preinstalled โดยในปัจจุบันเดสก์ทอปส่วนใหญ่หันมาใช้วินโดวส์วิสตา ส่วนในการให้บริการแบบออนไลน์นั้น ประกอบก้วย เอ็มเอสเอ็น เอ็มเอสเอ็นบีซี และนิตยสารออนไลน์ของไมโครซอฟท์ (Slate แต่ถูกซื้อกิจการโดยวอชิงตันโพสต์ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2004) และในปลายปี ค.ศ. 1997 ไมโครซอฟท์ได้ซื้อกิจการของเอ็มเอสเอ็น ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเว็บเมลที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุด และได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เอ็มเอสเอ็น ฮอตเมล" ในปี ค.ศ. 1999 ไมโครซอฟท์ได้แนะนำเอ็มเอสเอ็น โดยใช้เมลเซิร์ฟเวอร์เพิ่อแข่งขันกับเอโอแอล ต่อมาเมื่อไมโครซอฟท์ได้ออกระบบปฏิบัติการวินโดวส์วิสตา เอ็มเอสเอ็นก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นวินโดวส์ไลฟ์ เมสเซนเจอร์

ไมโครซอฟท์ วิชวลสตูดิโอ เป็นที่นิยมสำหรับองค์กรที่ต้องการความสะดวกในการพัฒนาโปรแกรม โดยสามารถพัฒนาโปรแกรมที่เป็น GUI และวินโดวส์เอพีไอ แต่จะต้องมีการตั้งค่าหากใช้ไม่ได้กับ Microsoft libraries ในเวอร์ชันล่าสุด (วิชวลสตูดิโอ 2008) และรุ่นก่อนหน้า (วิชวลสตูดิโอ 2005) มีการปรับปรุงครั้งสำคัญโดยมีความสามารถมากกว่ารุ่นก่อน ๆ ในวิชวลสตูดิโอดอตเน็ต 2003 ก็ได้มีการเพื่มชื่อ "ดอตเน็ต" (.NET) ต่อท้าย โดยไมโครซอฟท์ได้มีความคิดริเริ่มที่จะครอบคลุมตลาดทางเทคโนโลยี ไมโครซอฟท์ได้ให้คำจำกัดความของเทคโนโลยีดอตเน็ตในปี ค.ศ. 2004 โดยเทคโนโลยีดอตเน็ตเป็นการพัฒนาโปรแกรมของวินโดวส์ที่สามารถใช้บนอินเทอร์เน็ตได้

สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการสื่อสารของไมโครซอฟท์ที่ออกมาใหม่ว่า "อินดีโก" โดยการออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำคุณสมบัติบางอย่างของการออกแบบแอสแซมบลิของไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ยังมีวิสัยทัศน์ในการจัดการในสถานการณ์เช่นนี้ แต่ก็ยังต้องติดตั้งซอฟต์แวร์หลายโปรแกรมในระบบเดียวกัน และให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสอดคล้องกับการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับทุกแอปพลิเคชันของวินโดวส์ นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังจัดตั้งชุดโปรแกรมพิเศษเพื่อรับรองบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาซอฟต์แวร์และโซลูชั่น โดยคล้ายกันกับผลิตภัณฑ์ของซิสโค , ซันไมโครซิสเต็มส์ , โนเวลล์ , ไอบีเอ็ม และ โอราเคิล โดยได้มีการทดสอบและออกแบบเพื่อให้ง่ายต่อการติดตั้งและจัดการเฉพาะทาง

และไมโครซอฟท์มีชุดผลิตภัณฑ์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ เช่น วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 โดยในระบบปฏิบัติการของเซิร์ฟเวอร์เป็นหัวใจหลักของสายการผลิตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์ อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์คือระบบการจัดการเซิร์ฟเวอร์ โดยรวบรวมเครื่องมือควบคุมระยะไกล , แพทช์การจัดการ ส่วนผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์อื่นๆ เช่น ไมโครซอฟท์ ซีเควล เซิร์ฟเวอร์ (ระบบจัดการฐานข้อมูล) และ ไมโครซอฟท์ เอกซ์เชนจื เซิร์ฟเวอร์ (เมลเซิร์ฟเวอร์สำหรับองค์กรธุรกิจ)

หมวดผลิตภัณฑ์ธุรกิจ

กลุ่มผลิตภัณฑ์ธุรกิจของไมโครซอฟท์ที่สำคัญเช่น ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ซึ่งเป็นสายงานหลักของบริษัทในด้านซอฟต์แวร์สำนักงาน โดยประกอบด้วย ไมโครซอฟท์ เวิร์ด , ไมโครซอฟท์ แอคเซส , ไมโครซอฟท์ เอกเซล , ไมโครซอฟท์ เอาต์ลุค , ไมโครซอฟท์ เพาวเวอร์พอยท์ ,ไมโครซอฟท์ พับลิชเชอร์ , ไมโครซอฟท์ วิซโอ , ไมโครซอฟท์ โปรเจกต์ , ไมโครซอฟท์ แมป พอยท์ , ไมโครซอฟท์ อินโฟพาธ และ ไมโครซอฟท์ วันโน้ต

การแบ่งส่วนที่เน้นการพัฒนาธุรกิจการเงินและการบริหารจัดการซอฟต์แวร์สำหรับบริษัท โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตอยู่ในหมวดธุรกิจ โดยได้ก่อตั้งเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2001

หมวดผลิตภัณฑ์บันเทิง

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

บิล เกตส์ ได้พบกุญแจสำหรับวิสัยทัศน์สำหรับบริษัทคือการ ต้องการส่งผลิตภัณฑ์เวิร์กสเตชันและซอฟต์แวร์จากทำงานของเราไปยังทุกที่ทำงานและทุกบ้านเนื่องจากการที่พวกเขาแบ่งส่วนแบ่งการตลาดในบ้านและธุรกิจของระบบปฏิบัติการ และพวกเขาเล่นบทบาทที่สำคัญในเศรษฐศาสตร์ของซอฟต์แวร์

ไมโครซอฟท์ ได้รับความมั่นคงในตลาดอื่นๆนอกเหนือจากระบบปฏิบัติการและชุดโปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ รวมถึงเอ็มเอสเอ็นบีซี , เอ็มเอสเอ็น , ไมโครซอฟท์ เอ็นคาร์ทา และไมโครซอฟท์ยังประสบความสำเร็จทางด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงอีกด้วย เช่น ซูน , Xbox 360 และ เอ็มเอสเอ็น ทีวี

ค่านิยมของผู้ใช้

การอ้างอิงทางเทคนิคสำหรับนักพัฒนาและบทความสำหรับแม็คกาซีนของไมโครซอฟท์ โดยสามารถใช้งานได้ผ่านกลุ่มนักพัฒนาของไมโครซอฟท์ (หรือที่เรียกว่า MSDN) โดยเอ็มเอสดีเอ็นยังมีแหล่งข้อมูลสำหรับบริษัทและบุคคลและ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมที่มักจะนำเสนอข่าวสารการปล่อยซอฟต์แวร์รุ่นเบต้าของไมโครซอฟท์ โดยในปีล่าสุด ไมโครซอฟท์เปิดตัวเว็บไซต์ชุมชนสำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้ ซึ่งมีคุณสมบัติหลายทันสมัยเช่นวิกิ และเว็บบอร์ด Another community site that provides daily videocasts and other services, On10.net, launched on March 3, 2006.

แหล่งข้อมูลอื่น

เว็บไซต์หลักของไมโครซอฟท์ (อังกฤษ)

เว็บไซต์หลักของไมโครซอฟท์ (ไทย)

== อ้างอิง ==

แหล่งที่มา: Wikipedia, CC BY-SA 4.0 · ดูบน Wikipedia ↗

Wikidata ↗

MSFT ภาพรวมหุ้น ราคา, มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด, P/E, EPS, ROE, อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน, ช่วงราคา 52 สัปดาห์

ราคา
$483.21
มูลค่าตลาด
$3.59T
P/E (TTM)
26.9
EPS (TTM)
$17.95
รายได้ (TTM)
$331.84B
อัตราเงินปันผล
0.73%
ROE
34.0%
D/E หนี้สิน/ทุน
0.1
ช่วง 52 สัปดาห์
$349 – $554

MSFT กราฟราคาหุ้น OHLCV รายวันพร้อมตัวชี้วัดทางเทคนิค — แพน ซูม และปรับแต่งมุมมองของคุณ

ผลการดำเนินงาน 10 ปี แนวโน้มรายได้ กำไรสุทธิ อัตรากำไร และ EPS

รายได้และกำไรสุทธิ $331.84B
10-point trend, +243.6%
2017-06-30 2026-06-30
EPS $17.95
10-point trend, +452.3%
2017-06-30 2026-06-30
กระแสเงินสดอิสระ $66.99B
10-point trend, +113.5%
2017-06-30 2026-06-30
อัตรากำไร 40.3%
10-point trend, +9.7%
2017-06-30 2026-06-30

การประเมินมูลค่า อัตราส่วน P/E, P/S, P/B, EV/EBITDA — หุ้นมีราคาแพงหรือถูก?

ตัวชี้วัด
แนวโน้ม 5 ปี
MSFT
ค่ามัธยฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
P/E (TTM)
5-point trend, -21.9%
26.9
24.3
P/S (TTM)
5-point trend, -13.7%
10.8
4.3
P/B
5-point trend, -45.6%
8.1
2.8
EV / EBITDA
5-point trend, -21.1%
22.9
Price / FCF (ราคาต่อกระแสเงินสดอิสระ)
5-point trend, +40.6%
53.6

ความสามารถในการทำกำไร อัตรากำไรขั้นต้น, อัตรากำไรจากการดำเนินงาน และอัตรากำไรสุทธิ; ROE, ROA, ROIC

ตัวชี้วัด
แนวโน้ม 5 ปี
MSFT
ค่ามัธยฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
Gross Margin (อัตรากำไรขั้นต้น)
5-point trend, -0.7%
67.9%
68.8%
Operating Margin (อัตรากำไรจากการดำเนินงาน)
5-point trend, +11.2%
46.8%
Net Profit Margin (อัตรากำไรสุทธิ)
5-point trend, +9.9%
40.3%
-169.5%
ROA
5-point trend, -6.7%
19.4%
-87.1%
ROE
5-point trend, -22.9%
34.0%
-129.8%
ROIC
5-point trend, -22.6%
25.9%

สุขภาพทางการเงิน หนี้สิน, สภาพคล่อง, ความสามารถในการชำระหนี้ — ความแข็งแกร่งของงบดุล

ตัวชี้วัด
แนวโน้ม 5 ปี
MSFT
ค่ามัธยฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
Debt / Equity (หนี้สินต่อทุน)
5-point trend, -69.5%
0.1
26.9
Current Ratio (อัตราส่วนสภาพคล่อง)
5-point trend, -31.1%
1.2
2.5
Quick Ratio (อัตราส่วนเงินสด)
5-point trend, -40.4%
0.9

การเติบโต การเติบโตของรายได้, EPS และกำไรสุทธิ: YoY, CAGR 3 ปี, CAGR 5 ปี

ตัวชี้วัด
แนวโน้ม 5 ปี
MSFT
ค่ามัธยฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
Revenue YoY (รายได้ YoY)
5-point trend, +67.4%
17.8%
Revenue CAGR 3Y (CAGR รายได้ 3 ปี)
5-point trend, +67.4%
16.1%
Revenue CAGR 5Y (CAGR รายได้ 5 ปี)
5-point trend, +67.4%
14.6%
EPS YoY
5-point trend, +86.0%
31.6%
Net Income YoY (กำไรสุทธิ YoY)
5-point trend, +83.9%
31.3%

ตัวชี้วัดต่อหุ้น EPS, มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น, กระแสเงินสดต่อหุ้น, เงินปันผลต่อหุ้น

ตัวชี้วัด
แนวโน้ม 5 ปี
MSFT
ค่ามัธยฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
EPS (Diluted) (EPS (ปรับลด))
5-point trend, +86.0%
$17.95

ประสิทธิภาพของเงินทุน อัตราหมุนเวียนสินทรัพย์, อัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลัง, อัตราหมุนเวียนลูกหนี้

ตัวชี้วัด
แนวโน้ม 5 ปี
MSFT
ค่ามัธยฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
Payout Ratio (อัตราการจ่ายเงินปันผล)
5-point trend, -20.7%
19.8%

เงินปันผล ผลตอบแทน, อัตราการจ่ายเงินปันผล, ประวัติเงินปันผล, CAGR 5 ปี

อัตราผลตอบแทนเงินปันผล
0.73%
อัตราการจ่ายเงินปันผล
19.8%
CAGR เงินปันผล 5 ปี
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผลจำนวน
21 พฤษภาคม 2026$0.9100
19 กุมภาพันธ์ 2026$0.9100
20 พฤศจิกายน 2025$0.9100
21 สิงหาคม 2025$0.8300
15 พฤษภาคม 2025$0.8300
20 กุมภาพันธ์ 2025$0.8300
21 พฤศจิกายน 2024$0.8300
15 สิงหาคม 2024$0.7500
15 พฤษภาคม 2024$0.7500
14 กุมภาพันธ์ 2024$0.7500
15 พฤศจิกายน 2023$0.7500
16 สิงหาคม 2023$0.6800
17 พฤษภาคม 2023$0.6800
15 กุมภาพันธ์ 2023$0.6800
16 พฤศจิกายน 2022$0.6800
17 สิงหาคม 2022$0.6200
18 พฤษภาคม 2022$0.6200
16 กุมภาพันธ์ 2022$0.6200
17 พฤศจิกายน 2021$0.6200
18 สิงหาคม 2021$0.5600

MSFT ความเห็นหลายต่อหลายของนักวิเคราะห์ มุมมองนักวิเคราะห์ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ, ราคาเป้าหมาย 12 เดือน, อัพไซด์

ซื้อ 69 นักวิเคราะห์
  • ซื้อแนะนำ 23 33.3%
  • ซื้อ 41 59.4%
  • ถือ 5 7.2%
  • ขาย 0 0.0%
  • ขายแนะนำ 0 0.0%

ราคาเป้าหมาย 12 เดือน

53 นักวิเคราะห์ · 2026-08-13
ราคาเป้าหมายค่ามัธยฐาน $550.00 +13.8%
ราคาเป้าหมายค่าเฉลี่ย $567.20 +17.4%

ประวัติผลประกอบการ EPS จริงเทียบกับประมาณการ, เปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง%, อัตราการชนะ, วันประกาศผลประกอบการครั้งถัดไป

ค่าเฉลี่ยส่วนต่าง
0.24%
งวด EPS Actual EPS คาด ส่วนต่าง
30 มิถุนายน 2026 $4.74 $4.33 0.41%
31 มีนาคม 2026 $4.27 $4.14 0.13%
31 ธันวาคม 2025 $4.14 $4.03 0.11%
30 กันยายน 2025 $4.13 $3.74 0.39%
30 มิถุนายน 2025 $3.65 $3.44 0.21%
31 มีนาคม 2025 $3.46 $3.28 0.18%

การเปรียบเทียบกับบริษัทคู่เทียบ (อุตสาหกรรมย่อย GICS) เมตริกสำคัญเทียบกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน

Ticker มูลค่าตลาด P/E รายได้ YoY อัตรากำไรสุทธิ ROE อัตรากำไรขั้นต้น
MSFT $2.77T 20.8 17.8% 40.3% 34.0% 67.9%
ORCL $650.25B 38.7 17.3% 25.4% 54.3%
PANW $115.95B 108.5 14.9% 12.3% 16.0% 73.4%
CRWD -685.9 21.7% -3.4% -4.2% 74.7%
NOW $160.43B 91.7 20.9% 13.2% 14.6% 77.5%
FTNT $59.00B 32.8 14.2% 27.3% 135.7% 80.5%
ZS $45.20B -1057.6 23.3% -1.6% -2.4% 76.9%
RBRK $11.32B -31.4 48.5% -26.5% 64.4% 80.1%
GEN $11.30B 12.0 27.1% 19.5% 38.4% 78.5%
FROG $7.47B -100.7 24.1% -13.5% -8.4% 76.8%
PATH 24.2 12.7% 17.5% 15.1% 83.2%

ปัจจัยพื้นฐานฉบับเต็ม ตัวชี้วัดทั้งหมดรายปี — งบกำไรขาดทุน, งบดุล, งบกระแสเงินสด

งบกำไรขาดทุน 17
ข้อมูล งบกำไรขาดทุน รายปีสำหรับ MSFT
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202620252024202320222021202020192018201720162015
Revenue 12-point trend, +254.6% $331.84B $281.72B $245.12B $211.91B $198.27B $168.09B $143.01B $125.84B $110.36B $96.57B $91.15B $93.58B
Cost of Revenue 12-point trend, +222.0% $106.37B $87.83B $74.11B $65.86B $62.65B $52.23B $46.08B $42.91B $38.35B $34.26B $32.78B $33.04B
Gross Profit 12-point trend, +272.4% $225.47B $193.89B $171.01B $146.05B $135.62B $115.86B $96.94B $82.93B $72.01B $62.31B $58.37B $60.54B
R&D Expense 12-point trend, +195.2% $35.56B $32.49B $29.51B $27.20B $24.51B $20.72B $19.27B $16.88B $14.73B $13.04B $11.99B $12.05B
SG&A Expense 12-point trend, +72.5% $7.96B $7.22B $7.61B $7.58B $5.90B $5.11B $5.11B $4.88B $4.75B $4.48B $4.56B $4.61B
Operating Expenses 5-point trend, +65.7% $70.23B $65.36B $61.58B $57.53B · · · · · · · $42.38B
Operating Income 12-point trend, +754.8% $155.24B $128.53B $109.43B $88.52B $83.38B $69.92B $52.96B $42.96B $35.06B $29.02B $26.08B $18.16B
Interest Expense 10-point trend, +275.8% · · $2.94B $1.97B $2.06B $2.35B $2.59B $2.69B $2.73B $2.22B $1.24B $781M
Other Non-op 12-point trend, +1868.5% $4.72B $-4.72B $-1.32B $-223M $-32M $98M $-40M $-57M $-59M $-251M $-195M $-267M
Pretax Income 12-point trend, +796.6% $165.93B $123.63B $107.79B $89.31B $83.72B $71.10B $53.04B $43.69B $36.47B $29.90B $25.64B $18.51B
Income Tax 12-point trend, +409.7% $32.19B $21.80B $19.65B $16.95B $10.98B $9.83B $8.76B $4.45B $19.90B $4.41B $5.10B $6.31B
Net Income 12-point trend, +996.9% $133.75B $101.83B $88.14B $72.36B $72.74B $61.27B $44.28B $39.24B $16.57B $25.49B $20.54B $12.19B
EPS (Basic) 12-point trend, +1108.1% $18.00 $13.70 $11.86 $9.72 $9.70 $8.12 $5.82 $5.11 $2.15 $3.29 $2.59 $1.49
EPS (Diluted) 12-point trend, +1112.8% $17.95 $13.64 $11.80 $9.68 $9.65 $8.05 $5.76 $5.06 $2.13 $3.25 $2.56 $1.48
Shares (Basic) 12-point trend, -9.1% 7,429,000,000 7,433,000,000 7,431,000,000 7,446,000,000 7,496,000,000 7,547,000,000 7,610,000,000 7,673,000,000 7,700,000,000 7,746,000,000 7,925,000,000 8,177,000,000
Shares (Diluted) 12-point trend, -9.7% 7,453,000,000 7,465,000,000 7,469,000,000 7,472,000,000 7,540,000,000 7,608,000,000 7,683,000,000 7,753,000,000 7,794,000,000 7,832,000,000 8,013,000,000 8,254,000,000
EBITDA 12-point trend, +754.8% $155.24B $128.53B $109.43B $88.52B $83.38B $69.92B $52.96B $42.96B $35.06B $22.33B $20.18B $18.16B
งบดุล 27
ข้อมูล งบดุล รายปีสำหรับ MSFT
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202620252024202320222021202020192018201720162015
Cash & Equivalents 12-point trend, +274.2% $20.93B $30.24B $18.32B $34.70B $13.93B $14.22B $13.58B $11.36B $11.95B $7.66B $6.51B $5.59B
Short-term Investments 12-point trend, -38.5% $55.91B $64.32B $57.23B $76.56B $90.83B $116.11B $122.95B $122.46B $121.82B $125.32B $106.73B $90.93B
Receivables 12-point trend, +351.6% $80.88B $69.91B $56.92B $48.69B $44.26B $38.04B $32.01B $29.52B $26.48B $22.43B $18.28B $17.91B
Inventory 12-point trend, -51.9% $1.40B $938M $1.25B $2.50B $3.74B $2.64B $1.90B $2.06B $2.66B $2.18B $2.25B $2.90B
Other Current Assets 12-point trend, +789.8% $48.59B $25.72B $26.02B $21.81B $16.92B $13.39B $11.48B $10.15B $6.75B $5.10B $5.89B $5.46B
Current Assets 12-point trend, +69.1% $207.71B $191.13B $159.73B $184.26B $169.68B $184.41B $181.91B $175.55B $169.66B $162.70B $139.66B $122.80B
PP&E (Net) 12-point trend, +2025.3% $313.08B $204.97B $135.59B $95.64B $74.40B $59.72B $44.15B $36.48B $29.46B $23.73B $18.36B $14.73B
PP&E (Gross) 12-point trend, +1235.2% $431.77B $298.62B $212.01B $163.89B $134.06B $111.07B $87.35B $71.81B $58.68B $47.91B $38.16B $32.34B
Accum. Depreciation 12-point trend, +574.2% $118.69B $93.65B $76.42B $68.25B $59.66B $51.35B $43.20B $35.33B $29.22B $24.18B $19.80B $17.61B
Goodwill 12-point trend, +606.4% $119.65B $119.51B $119.22B $67.89B $67.52B $49.71B $43.35B $42.03B $35.68B $35.12B $17.87B $16.94B
Intangibles 12-point trend, +284.9% $18.61B $22.60B $27.60B $9.37B $11.30B $7.80B $7.04B $7.75B $8.05B $10.11B $3.73B $4.83B
Other Non-current Assets 12-point trend, +1144.9% $38.80B $40.56B $36.46B $30.60B $21.90B $15.07B $13.14B $14.72B $7.44B $6.08B $3.42B $3.12B
Total Assets 12-point trend, +334.7% $758.38B $619.00B $512.16B $411.98B $364.84B $333.78B $301.31B $286.56B $258.85B $250.31B $193.47B $174.47B
Accounts Payable 12-point trend, +543.5% $42.42B $27.72B $22.00B $18.09B $19.00B $15.16B $12.53B $9.38B $8.62B $7.39B $6.90B $6.59B
Short-term Debt 8-point trend, -100.0% · $0 $6.69B $0 · · · $0 $0 $9.07B $12.90B $4.99B
Current Liabilities 12-point trend, +240.1% $168.82B $141.22B $125.29B $104.15B $95.08B $88.66B $72.31B $69.42B $58.49B $55.74B $59.36B $49.65B
Capital Leases 10-point trend, +207.7% $16.53B $17.44B $15.50B $12.73B $11.49B $9.63B $7.67B $6.19B $5.57B $5.37B · ·
Deferred Tax 12-point trend, +186.2% $3.05B $2.83B $2.62B $433M $230M $198M $204M $233M $541M $5.73B $1.48B $1.07B
Other Non-current Liabilities 12-point trend, +380.8% $65.12B $45.19B $27.06B $17.98B $15.53B $13.43B $10.63B $7.58B $5.21B $3.55B $13.64B $13.54B
Total Liabilities 12-point trend, +234.8% $315.99B $275.52B $243.69B $205.75B $198.30B $191.79B $183.01B $184.23B $176.13B $162.60B $121.47B $94.39B
Long-term Debt 12-point trend, +33.0% $40.29B $43.15B $44.94B $47.24B $49.78B $58.15B $63.33B $72.18B $76.20B $77.10B $40.60B $30.30B
Total Debt 12-point trend, +14.2% $40.29B $43.15B $51.63B $47.24B $49.78B $58.15B $63.33B $72.18B $76.24B $86.19B $53.69B $35.29B
Retained Earnings 12-point trend, +3508.9% $328.26B $237.73B $173.14B $118.85B $84.28B $57.05B $34.57B $24.15B $13.68B $17.77B $2.28B $9.10B
AOCI 12-point trend, -230.2% $-3.28B $-3.35B $-5.59B $-6.34B $-4.68B $1.82B $3.19B $-340M $-2.19B $627M $1.54B $2.52B
Stockholders' Equity 12-point trend, +452.4% $442.39B $343.48B $268.48B $206.22B $166.54B $141.99B $118.30B $102.33B $82.72B $87.71B $83.09B $80.08B
Liabilities + Equity 12-point trend, +334.7% $758.38B $619.00B $512.16B $411.98B $364.84B $333.78B $301.31B $286.56B $258.85B $250.31B $193.47B $174.47B
Shares Outstanding 12-point trend, -7.5% 7,427,000,000 7,434,000,000 7,434,000,000 7,432,000,000 7,464,000,000 7,519,000,000 7,571,000,000 7,643,000,000 7,677,000,000 7,708,000,000 7,808,000,000 8,027,000,000
กระแสเงินสด 16
ข้อมูล กระแสเงินสด รายปีสำหรับ MSFT
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202620252024202320222021202020192018201720162015
Stock-based Comp 12-point trend, +381.9% $12.40B $11.97B $10.73B $9.61B $7.50B $6.12B $5.29B $4.65B $3.94B $3.27B $2.67B $2.57B
Deferred Tax 12-point trend, +6339.3% $14.42B $-7.06B $-4.74B $-6.06B $-5.70B $-150M $11M $-6.46B $-5.14B $-829M $2.48B $224M
Amort. of Intangibles 12-point trend, +261.5% $4.70B $6.00B $4.80B $2.50B $2.00B $1.60B $1.60B $1.90B $2.20B $1.70B $978M $1.30B
Restructuring 5-point trend, -100.0% · · · · · · · $0 $0 $306M $501M $2.08B
Operating Cash Flow 12-point trend, +516.6% $182.94B $136.16B $118.55B $87.58B $89.03B $76.74B $60.67B $52.19B $43.88B $39.51B $33.33B $29.67B
CapEx 12-point trend, +1850.7% $115.95B $64.55B $44.48B $28.11B $23.89B $20.62B $15.44B $13.93B $11.63B $8.13B $8.34B $5.94B
Investing Cash Flow 11-point trend, -482.5% $-139.50B $-72.60B $-96.97B $-22.68B $-30.31B $-27.58B $-12.22B $-15.77B $-6.06B $-46.78B $-23.95B ·
Stock Issued 12-point trend, +216.9% $2.01B $2.06B $2.00B $1.87B $1.84B $1.69B $1.34B $1.14B $1.00B $772M $668M $634M
Stock Repurchased 12-point trend, +54.2% $22.27B $18.42B $17.25B $22.25B $32.70B $27.39B $22.97B $19.54B $10.72B $11.79B $15.97B $14.44B
Net Stock Activity 12-point trend, -46.7% $-20.26B $-16.36B $-15.25B $-20.38B $-30.86B $-25.69B $-21.62B $-18.40B $-9.72B $-11.02B $-15.30B $-13.81B
Dividends Paid 12-point trend, +167.6% $26.45B $24.08B $21.77B $19.80B $18.14B $16.52B $15.14B $13.81B $12.70B $11.85B $11.01B $9.88B
Financing Cash Flow 11-point trend, -526.1% $-52.55B $-51.70B $-37.76B $-43.94B $-58.88B $-48.49B $-46.03B $-36.89B $-33.59B $8.41B $-8.39B ·
Net Change in Cash 12-point trend, -202.8% $-9.31B $11.93B $-16.39B $20.77B $-293M $648M $2.22B $-590M $4.28B $1.15B $915M $-3.07B
Taxes Paid 12-point trend, +381.5% $21.19B $28.70B $23.40B $23.10B $16.00B $13.40B $12.50B $8.40B $5.50B $2.40B $3.90B $4.40B
Free Cash Flow 12-point trend, +189.5% $66.99B $71.61B $74.07B $59.48B $65.15B $56.12B $45.23B $38.26B $32.25B $31.38B $24.98B $23.14B
Levered FCF 10-point trend, +216.8% · · $71.67B $57.88B $63.36B $54.10B $43.07B $35.85B $31.01B $29.34B $23.92B $22.62B
ความสามารถในการทำกำไร 8
ข้อมูล ความสามารถในการทำกำไร รายปีสำหรับ MSFT
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202620252024202320222021202020192018201720162015
Gross Margin 12-point trend, +5.0% 67.9% 68.8% 69.8% 68.9% 68.4% 68.9% 67.8% 65.9% 65.2% 61.9% 61.6% 64.7%
Operating Margin 12-point trend, +141.0% 46.8% 45.6% 44.6% 41.8% 42.1% 41.6% 37.0% 34.1% 31.8% 24.8% 23.6% 19.4%
Net Margin 12-point trend, +209.4% 40.3% 36.1% 36.0% 34.2% 36.7% 36.4% 31.0% 31.2% 15.0% 23.6% 19.7% 13.0%
Pretax Margin 12-point trend, +152.8% 50.0% 43.9% 44.0% 42.1% 42.2% 42.3% 37.1% 34.7% 33.1% 25.7% 23.2% 19.8%
EBITDA Margin 12-point trend, +141.0% 46.8% 45.6% 44.6% 41.8% 42.1% 41.6% 37.0% 34.1% 31.8% 24.8% 23.6% 19.4%
ROA 12-point trend, +177.4% 19.4% 18.0% 19.1% 18.6% 20.8% 19.3% 15.1% 14.4% 6.5% 9.8% 9.1% 7.0%
ROE 12-point trend, +137.5% 34.0% 31.5% 33.8% 36.1% 44.2% 44.3% 38.0% 39.8% 20.5% 27.2% 22.9% 14.3%
ROIC 12-point trend, +150.0% 25.9% 27.4% 28.0% 28.3% 33.5% 30.1% 24.3% 22.1% 10.0% 12.9% 13.7% 10.4%
สภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ 5
ข้อมูล สภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ รายปีสำหรับ MSFT
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202620252024202320222021202020192018201720162015
Current Ratio 12-point trend, -50.8% 1.2 1.4 1.3 1.8 1.8 2.1 2.5 2.5 2.9 2.5 2.4 2.5
Quick Ratio 12-point trend, -59.3% 0.9 1.2 1.1 1.5 1.6 1.9 2.3 2.4 2.7 2.4 2.2 2.3
Debt / Equity 12-point trend, -79.3% 0.1 0.1 0.2 0.2 0.3 0.4 0.5 0.7 0.9 1.2 0.7 0.4
LT Debt / Equity 12-point trend, -79.8% 0.1 0.1 0.2 0.2 0.3 0.4 0.5 0.7 0.9 1.1 0.6 0.3
Interest Coverage 10-point trend, +60.3% · · 37.3 45.0 40.4 29.8 20.4 16.0 12.8 10.0 16.2 23.3
ประสิทธิภาพ 3
ข้อมูล ประสิทธิภาพ รายปีสำหรับ MSFT
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202620252024202320222021202020192018201720162015
Asset Turnover 12-point trend, -10.3% 0.5 0.5 0.5 0.5 0.6 0.5 0.5 0.5 0.4 0.4 0.5 0.5
Inventory Turnover 12-point trend, +666.9% 91.1 80.4 39.6 21.1 19.6 23.1 23.3 18.2 15.8 15.5 12.7 11.9
Receivables Turnover 12-point trend, -11.9% 4.4 4.4 4.6 4.6 4.8 4.8 4.6 4.5 4.5 4.7 4.7 5.0
ต่อหุ้น 6
ข้อมูล ต่อหุ้น รายปีสำหรับ MSFT
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202620252024202320222021202020192018201720162015
Book Value / Share 12-point trend, +497.0% $59.56 $46.20 $36.11 $27.75 $22.31 $18.88 $15.63 $13.39 $10.77 $9.39 $9.22 $9.98
Revenue / Share 12-point trend, +292.7% $44.52 $37.74 $32.82 $28.36 $26.30 $22.09 $18.61 $16.23 $14.16 $11.48 $10.65 $11.34
Cash Flow / Share 12-point trend, +596.7% $24.55 $18.24 $15.87 $11.72 $11.81 $10.09 $7.90 $6.73 $5.63 $5.04 $4.16 $3.52
Cash / Share 12-point trend, +304.4% $2.82 $4.07 $2.46 $4.67 $1.87 $1.89 $1.79 $1.49 $1.56 $0.99 $0.83 $0.70
Dividend / Share 12-point trend, +193.5% $4 $3 $3 $3 $2 $2 $2 $2 $2 $2 $1 $1
EPS (TTM) 12-point trend, +1112.8% $17.95 $13.64 $11.80 $9.68 $9.65 $8.05 $5.76 $5.06 $2.13 $3.25 $2.56 $1.48
อัตราการเติบโต 10
ข้อมูล อัตราการเติบโต รายปีสำหรับ MSFT
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202620252024202320222021202020192018201720162015
Revenue YoY 6-point trend, +1.5% 17.8% 14.9% 15.7% 6.9% 18.0% 17.5% · · · · · ·
Revenue CAGR 3Y 4-point trend, +15.1% 16.1% 12.4% 13.4% 14.0% · · · · · · · ·
Revenue CAGR 5Y 2-point trend, +0.3% 14.6% 14.5% · · · · · · · · · ·
EPS YoY 6-point trend, -20.5% 31.6% 15.6% 21.9% 0.31% 19.9% 39.8% · · · · · ·
EPS CAGR 3Y 4-point trend, +21.0% 22.9% 12.2% 13.6% 18.9% · · · · · · · ·
EPS CAGR 5Y 2-point trend, -7.5% 17.4% 18.8% · · · · · · · · · ·
Net Income YoY 6-point trend, -18.3% 31.3% 15.5% 21.8% -0.52% 18.7% 38.4% · · · · · ·
Net Income CAGR 3Y 4-point trend, +27.7% 22.7% 11.9% 12.9% 17.8% · · · · · · · ·
Net Income CAGR 5Y 2-point trend, -6.7% 16.9% 18.1% · · · · · · · · · ·
Dividend CAGR 5Y 2-point trend, +1.4% 9.9% 9.7% · · · · · · · · · ·
การประเมินมูลค่า (TTM) 17
ข้อมูล การประเมินมูลค่า (TTM) รายปีสำหรับ MSFT
ตัวชี้วัด แนวโน้ม 202620252024202320222021202020192018201720162015
Revenue TTM 12-point trend, +254.6% $331.84B $281.72B $245.12B $211.91B $198.27B $168.09B $143.01B $125.84B $110.36B $96.57B $91.15B $93.58B
Net Income TTM 12-point trend, +996.9% $133.75B $101.83B $88.14B $72.36B $72.74B $61.27B $44.28B $39.24B $16.57B $25.49B $20.54B $12.19B
Market Cap 12-point trend, +681.7% $2.77T $3.70T $3.32T $2.53T $1.92T $2.04T $1.54T $1.02T $757.03B $531.31B $399.54B $354.39B
Enterprise Value 12-point trend, +832.6% $2.73T $3.65T $3.30T $2.47T $1.86T $1.96T $1.47T $962.22B $699.50B $484.53B $339.98B $293.16B
P/E 12-point trend, -30.3% 20.8 36.5 37.9 35.2 26.6 33.7 35.3 26.5 46.3 21.2 20.0 29.8
P/S 12-point trend, +120.5% 8.3 13.1 13.6 11.9 9.7 12.1 10.8 8.1 6.9 5.5 4.4 3.8
P/B 12-point trend, +41.5% 6.3 10.8 12.4 12.3 11.5 14.3 13.0 10.0 9.2 7.3 5.5 4.4
P / Tangible Book 7-point trend, -59.8% 9.1 18.4 27.3 19.6 21.9 24.1 22.7 · · · · ·
P / Cash Flow 12-point trend, +24.3% 15.1 27.2 28.0 28.9 21.5 26.5 25.4 19.6 17.3 13.4 12.0 12.2
P / FCF 12-point trend, +170.0% 41.4 51.6 44.9 42.6 29.4 36.3 34.1 26.8 23.5 16.9 16.0 15.3
EV / EBITDA 12-point trend, +9.1% 17.6 28.4 30.1 27.9 22.3 28.1 27.7 22.4 20.0 21.7 16.8 16.1
EV / FCF 12-point trend, +222.1% 40.8 50.9 44.5 41.5 28.6 35.0 32.4 25.1 21.7 15.4 13.6 12.7
EV / Revenue 12-point trend, +163.0% 8.2 12.9 13.5 11.6 9.4 11.7 10.3 7.6 6.3 5.0 3.7 3.1
Dividend Yield 12-point trend, -65.9% 0.95% 0.65% 0.66% 0.78% 0.95% 0.81% 0.98% 1.4% 1.7% 2.2% 2.8% 2.8%
Earnings Yield 12-point trend, +43.6% 4.8% 2.7% 2.6% 2.8% 3.8% 3.0% 2.8% 3.8% 2.2% 4.7% 5.0% 3.4%
Payout Ratio 12-point trend, -75.6% 19.8% 23.6% 24.7% 27.4% 24.9% 27.0% 34.2% 35.2% 76.6% 55.9% 65.5% 81.0%
Annual Payout 12-point trend, +167.6% $26.45B $24.08B $21.77B $19.80B $18.14B $16.52B $15.14B $13.81B $12.70B $11.85B $11.01B $9.88B

งบการเงิน งบกำไรขาดทุน, งบดุล, งบกระแสเงินสด — รายปี, 5 ปีล่าสุด

งบกำไรขาดทุน
2026-06-302025-06-302024-06-302023-06-302022-06-30
รายได้ $331.84B$281.72B$245.12B$211.91B$198.27B
อัตรากำไรขั้นต้น % 67.9%68.8%69.8%68.9%68.4%
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน % 46.8%45.6%44.6%41.8%42.1%
กำไรสุทธิ $133.75B$101.83B$88.14B$72.36B$72.74B
EPS ที่ปรับลดแล้ว $17.95$13.64$11.80$9.68$9.65
งบดุล
2026-06-302025-06-302024-06-302023-06-302022-06-30
หนี้สินต่อทุน 0.10.10.20.20.3
อัตราส่วนสภาพคล่อง 1.21.41.31.81.8
อัตราส่วนเงินสด 0.91.21.11.51.6
กระแสเงินสด
2026-06-302025-06-302024-06-302023-06-302022-06-30
กระแสเงินสดอิสระ $66.99B$71.61B$74.07B$59.48B$65.15B

MSFT AI Analyst Panel — มุมมองเชิงบวกและเชิงลบ การถกเถียง 2026Q2: Claude, Grok, Gemini, ChatGPT เกี่ยวกับแนวโน้มของหุ้น

รอบที่ 1 — มุมมองเริ่มต้น

Grok NEUTRAL 0.70
↑ ขาขึ้น

ผมมองว่า Microsoft เป็นผู้นำคลาวด์ที่ไม่มีใครเทียบได้ พร้อมกับแรงหนุนจาก AI ที่ทำให้กำไรสูงอย่างต่อเนื่อง โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยภายนอก อัตรากำไรขั้นต้น 68.76% พิสูจน์ให้เห็นว่าคูเมืองของ Azure ช่วยให้สามารถตั้งราคาสูงสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 31.53% แสดงให้เห็นถึงการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนส่วนของผู้ถือหุ้นให้เป็นกำไรที่สูงกว่าคู่แข่งด้านเทคโนโลยีส่วนใหญ่ เช่น NOW ที่ 15% แม้จะมีอัตราส่วน P/E ที่ 34.3 ซึ่งต่ำกว่าค่ามัธยฐานของคู่แข่ง แต่การไต่ระดับของหุ้นจาก 362 ดอลลาร์ เป็น 503 ดอลลาร์ ในสามเดือน บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการเติบโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

↓ ขาลง

การอ่านของผมคือเครื่องยนต์การเติบโตของ Microsoft กำลังชะงักงัน เสี่ยงต่อการประเมินมูลค่าใหม่ เนื่องจากอัตราส่วนราคาต่อกำไร (multiples) บีบตัวท่ามกลางพื้นฐานที่คงที่ มูลค่าตลาดลดลงจาก 3.79 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น 3.59 ล้านล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวไม่ได้กระจายตัวในวงกว้าง อัตราส่วน P/E ลดลงเหลือ 34.3 แต่ยังคงสูงเมื่อเทียบกับ ORCL ที่ 24.5 โดยไม่มีการเพิ่มขึ้นของ EPS มาสนับสนุน Jim Cramer พูดถูกเมื่อวันที่ 16 เมษายน: ธุรกิจไม่ได้เติบโตเร็วพอ สะท้อนความรู้สึกว่ากระแสความคลั่งไคล้คลาวด์อาจถึงจุดสูงสุดแล้ว

Claude NEUTRAL 0.68
↑ ขาขึ้น

เครื่องยนต์ทำกำไรของ Microsoft กำลังทำงานเต็มที่ และตลาดกำลังประเมินมูลค่าอย่างอนุรักษ์นิยมเมื่อเทียบกับสิ่งที่บริษัททำกำไร บริษัทเปลี่ยนรายได้ 31.5% เป็นกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมและสะท้อนถึงอำนาจในการกำหนดราคาในธุรกิจคลาวด์และซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรที่คู่แข่งส่วนใหญ่ไม่มี ด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไร 34.3 เท่าของกำไรย้อนหลัง 12 เดือน MSFT ซื้อขายต่ำกว่า Oracle ที่ 24.5 เท่า แต่กำไรของ Microsoft กว้างกว่า และคูเมือง AI ของก็ลึกกว่า หุ้นปรับตัวขึ้นจาก 362 ดอลลาร์ ในช่วงปลายเดือนเมษายน เป็น 503 ดอลลาร์ ในวันนี้ แต่การเคลื่อนไหวนั้นสะท้อนถึงพื้นฐานที่ตามมา ไม่ใช่การเก็งกำไรที่นำไปก่อน หากการยอมรับคลาวด์และการย้ายปริมาณงาน AI เร่งตัวขึ้นตลอดปี 2026 การประเมินมูลค่านี้จะยังคงอยู่

↓ ขาลง

Microsoft เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่เติบโตเต็มที่ ซึ่งได้รวมปัจจัยบวกจาก AI ส่วนใหญ่ไว้ในราคาแล้ว และการเติบโตกำลังชะงักงันเมื่อเทียบกับกระแสความคาดหวัง Jim Cramer ชี้ให้เห็นเมื่อวันที่ 16 เมษายนว่าธุรกิจไม่ได้เติบโตตามที่เขาต้องการ และข้อมูลก็สนับสนุนข้อกังวลนั้น EPS คงที่ที่ 14.06 ดอลลาร์ เป็นเวลาสองไตรมาส ในขณะที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 40% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่งหมายความว่าการขยายตัวของอัตราส่วนราคาต่อกำไร (multiple expansion) เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ไม่ใช่กำไร อัตราส่วน P/E ที่ 34.3 ไม่เหลือช่องว่างสำหรับข้อผิดพลาดหากการใช้จ่ายคลาวด์ชะลอตัวลง หรือการแข่งขันจาก Oracle, Amazon หรือ Google ทวีความรุนแรงขึ้น มูลค่าตลาดจริง ๆ ลดลงจาก 3.79 ล้านล้านดอลลาร์ ในไตรมาสที่ 3 เป็น 3.59 ล้านล้านดอลลาร์ ในปัจจุบัน บ่งชี้ถึงความระมัดระวังของนักลงทุน แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม

Gemini NEUTRAL 0.75
↑ ขาขึ้น

Microsoft ยังคงเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไปสู่ AI ระดับองค์กร ซึ่งเป็นการล็อกลูกค้าเข้าสู่ระบบนิเวศของตนในระยะยาว บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 31.53% ซึ่งหมายความว่าสำหรับทุกๆ ดอลลาร์ที่ผู้ถือหุ้นลงทุน Microsoft กำลังสร้างกำไรมากกว่า 31 เซนต์ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเงินทุนระดับสูง นอกจากนี้ ด้วยอัตรากำไรขั้นต้น 68.76% พวกเขามีอำนาจในการกำหนดราคาเพื่อรักษากำไรไว้ แม้ในขณะที่พวกเขาขยายโครงสร้างพื้นฐาน ผมมองว่านี่เป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับพอร์ตโฟลิโอที่เน้นเทคโนโลยี ซึ่งให้ความมั่นคงที่บริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ ไม่สามารถเทียบได้ในวัฏจักรตลาดนี้

↓ ขาลง

ความเสี่ยงหลักสำหรับ Microsoft คือความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้แซงหน้าการรับรู้รายได้จริง ทำให้หุ้นมีความอ่อนไหวต่อการปรับมูลค่าใหม่ หุ้นซื้อขายที่ 34.26 เท่าของกำไรย้อนหลัง 12 เดือน อัตราส่วนนี้บ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังจ่ายเบี้ยประกันที่สูง โดยคาดการณ์การเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสองหลัก ซึ่งอาจรักษาระดับไว้ได้ยากเมื่อกฎของจำนวนมากเริ่มมีผล ผมเห็นด้วยกับข้อกังวลที่กล่าวถึงเกี่ยวกับการชะลอตัวของแนวโน้มการเติบโต เนื่องจากอัตราส่วนราคาต่อยอดขาย (P/S) ที่ 12.23 บ่งชี้ว่าตลาดกำลังประเมินความสมบูรณ์แบบที่โมเมนตัมธุรกิจปัจจุบันกำลังพยายามส่งมอบ

Chatgpt NEUTRAL 0.66
↑ ขาขึ้น

ผมคิดว่ากรณีกระทิงที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับ MSFT ในปี 2026Q2 คือคูเมืองซอฟต์แวร์บวกคลาวด์และวินัยทางการเงินจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรที่ยั่งยืน ROE TTM: 31.53% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า MSFT กำลังเปลี่ยนส่วนของผู้ถือหุ้นให้เป็นกำไรในอัตราที่คู่แข่งในภาคอุตสาหกรรมส่วนน้อยสามารถรักษาไว้ได้ อัตรากำไรขั้นต้น TTM: 68.76% อัตรากำไรนั้นส่งสัญญาณถึงอำนาจในการกำหนดราคาและคานงัดการดำเนินงานที่สูงเมื่อบริการคลาวด์ขยายตัว P/E TTM: 34.2615 การประเมินมูลค่าอยู่ในระดับสูง แต่เบี้ยประกันนั้นสะท้อนถึงกระแสเงินสดที่ยั่งยืน ประสิทธิภาพการซื้อหุ้นคืน และฐานลูกค้าองค์กรที่เหนียวแน่น

↓ ขาลง

ผมคิดว่ากรณีหมีที่ใหญ่ที่สุดคือ MSFT ซื้อขายในราคาพรีเมียมเมื่อเทียบกับคู่แข่ง และเผชิญกับความเสี่ยงด้านการเติบโตและนโยบายที่อาจบีบอัดอัตราส่วนราคาต่อกำไร (multiple) P/E TTM: 34.2615 ซึ่งหมายความว่าการชะลอตัวใดๆ ในความต้องการคลาวด์หรือองค์กรอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตและนำไปสู่การหดตัวของอัตราส่วนราคาต่อกำไร (multiple contraction) หนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt/Equity): 26.89 การใช้ประโยชน์ (Leverage) เพิ่มความเสี่ยงทางการเงินในสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อ ROE หากกำไรลดลง EPS TTM: 14.06 กำลังการทำกำไรที่คงที่เหลือช่องว่างน้อยสำหรับการชะลอตัว ทำให้หุ้นมีความอ่อนแอหากความต้องการลดลง

รอบที่ 2 — การตอบกลับและการโต้แย้ง

Grok

Claude การเปรียบเทียบ P/E ของคุณกลับทิศทาง — อัตราส่วน 34.3 ของ MSFT ซื้อขายสูงกว่า 24.5 ของ Oracle ไม่ใช่ต่ำกว่า ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดต้องการการเติบโตจาก Microsoft มากขึ้น แม้จะมีจุดแข็งด้านความสามารถในการทำกำไรที่คล้ายคลึงกัน เบี้ยประกันนั้นหมายความว่าการชะงักงันของการเติบโตใดๆ เช่น EPS ที่คงที่ที่ 14.06 ดอลลาร์ จะส่งผลกระทบที่รุนแรงกว่าที่คู่แข่งที่ถูกกว่า ผมเห็นด้วยกับคูเมืองคลาวด์ แต่ช่องว่างนี้จะเพิ่มความเสี่ยงหากปริมาณงาน AI ไม่เร่งตัวขึ้นจนถึงปี 2026Q2

Claude

ผมต้องโต้แย้ง Grok ที่นี่ คุณกำลังตีความการลดลงของมูลค่าตลาดว่าเป็นหลักฐานของความระมัดระวัง แต่นั่นกลับกัน — มูลค่าตลาดลดลงจาก 3.79 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น 3.59 ล้านล้านดอลลาร์ เพราะราคาหุ้นลดลงในไตรมาสที่ 4 และไตรมาสที่ 1 หลังจากแตะระดับสูงสุดในไตรมาสที่ 3 ไม่ใช่เพราะนักลงทุนถอนตัว หุ้นเพิ่มขึ้น 40% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยมีพื้นฐานที่แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก สิ่งที่ทำให้ผมกังวลมากกว่าคือคุณและผมอ้างอิงคำพูดเดียวกันของ Jim Cramer เกี่ยวกับการเติบโตที่ชะงักงัน แต่แล้วคุณกลับเรียกการปรับตัวขึ้นจาก 362 ดอลลาร์ เป็น 503 ดอลลาร์ ว่าเป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการเติบโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นั่นขัดแย้งกัน หากกำไรคงที่ที่ 14.06 ดอลลาร์ และธุรกิจไม่ได้เติบโตตามที่ Cramer ต้องการ การปรับตัวขึ้นนั้นก็คือการขยายตัวของอัตราส่วนราคาต่อกำไรล้วนๆ และนั่นคือจุดอ่อนที่ผมชี้ให้เห็น เรามีความเห็นตรงกันเกี่ยวกับความเสี่ยง เพียงแต่ผมคิดว่าคุณกำลังตีความผิดว่าการเคลื่อนไหวของราคาบอกอะไรเรา

Gemini

Claude การประเมินของคุณเกี่ยวกับความแตกต่างของการประเมินมูลค่าระหว่าง Microsoft และ Oracle พลาดความแตกต่างที่สำคัญในรูปแบบธุรกิจของพวกเขา คุณสังเกตว่า Microsoft ซื้อขายที่ 34.3 เท่าของกำไร แต่เบี้ยประกันนั้นสมเหตุสมผลด้วยอัตรากำไรสุทธิที่เหนือกว่า 35.71% ซึ่งหมายความว่ามากกว่าหนึ่งในสามของทุกๆ ดอลลาร์ที่ Microsoft ได้รับจะเข้าสู่บรรทัดสุดท้าย ทำให้เกิดความปลอดภัยของกระแสเงินสดในระดับที่การดำเนินงานที่ "ผอมกว่า" ของ Oracle ไม่สามารถทำซ้ำได้ แม้ว่าผมจะเห็นด้วยกับความระมัดระวังของคุณเกี่ยวกับการเติบโต แต่ผมเชื่อว่าคุณกำลังประเมินค่าต่ำเกินไปถึงคุณค่าในการป้องกันของอัตรากำไรนั้นในตลาดนี้

Chatgpt

Claude ผมคิดว่าประเด็นของคุณที่ว่าการเติบโตในระยะสั้นดูคงที่ในขณะที่หุ้นปรับตัวขึ้นจากการขยายตัวของอัตราส่วนราคาต่อกำไรนั้นสมเหตุสมผล แต่เครื่องยนต์กระแสเงินสดของ MSFT ยังคงยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนจากคูเมืองคลาวด์ที่ลึกและซอฟต์แวร์องค์กรที่เหนียวแน่น EPS TTM: 14.06 ระดับนั้นบ่งชี้ว่าบริษัทสามารถซื้อหุ้นคืนและลงทุนในคลาวด์ต่อไปได้ ซึ่งช่วยรักษามูลค่าระดับพรีเมียมไว้ได้ แม้ว่าการเติบโตจะชะลอตัวลงก็ตาม

รอบที่ 3 — การโต้แย้งสุดท้าย

G
Grok

Gemini การระบุว่าการดำเนินงานของ Oracle "ผอมกว่า" Microsoft นั้นละเลยประสิทธิภาพการทำกำไรที่เหนือกว่าของ Oracle ROE ที่ 57.35% ของ Oracle หมายความว่าสร้างกำไรเกือบ 60 เซนต์ต่อดอลลาร์ของส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นสองเท่าของ Microsoft ที่ 31.53% ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่แล้ว ช่องว่างนั้นอธิบายได้ว่าทำไม Oracle จึงซื้อขายในราคา P/E ที่ 24.5 ซึ่งต่ำกว่า ไม่ใช่ว่าขาดความปลอดภัยของกระแสเงินสด แต่กำลังส่งมอบผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่มากกว่าในขณะนี้ พลวัตของคู่แข่งนี้ทำให้ความสามารถในการป้องกันของกำไรของ MSFT ลดลงเมื่อเข้าสู่ปี 2026Q2

C
Claude

ผมอยากจะโต้แย้งคำกล่าวของ Gemini ที่ว่าอัตรากำไรสุทธิ 35.71% ของ Microsoft ทำให้เกิด "ความปลอดภัยของกระแสเงินสดที่การดำเนินงานที่ผอมกว่าของ Oracle ไม่สามารถทำซ้ำได้" นั่นไม่ถูกต้องนัก อัตรากำไรสุทธิของ Oracle จริงๆ แล้วอยู่ในช่วงต่ำถึงกลาง 30% บนพื้นฐาน TTM — พวกเขาไม่ได้ผอมกว่า แต่มีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกัน ความแตกต่างที่แท้จริงไม่ใช่ความกว้างของกำไร แต่เป็นธุรกิจคลาวด์ของ Microsoft ที่ขยายตัวเร็วกว่าการให้สิทธิ์ใช้งานฐานข้อมูลของ Oracle ซึ่งหมายความว่า Microsoft สามารถลงทุนซ้ำในกำไรเหล่านั้นในโครงสร้างพื้นฐาน AI และการล็อกลูกค้า Gemini พูดถูกว่ากำไรสามารถป้องกันได้ แต่กำไรนั้นเองไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ P/E ที่ 34.3 ซึ่งสูงกว่า Oracle ที่ 24.5 สมเหตุสมผล แนวโน้มการเติบโตต่างหาก และหากการเติบโตชะงักงัน เบี้ยประกันนั้นก็จะหายไป โดยไม่คำนึงว่ากำไรจะมากเพียงใด

G
Gemini

Grok ผมคิดว่าประเด็นของคุณเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ P/E จำเป็นต้องมีการแก้ไข คุณอ้างว่า Microsoft ซื้อขายในราคาพรีเมียมเมื่อเทียบกับ Oracle แต่คุณละเลยว่าอัตรากำไรสุทธิ 35.71% ของ Microsoft นั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของ Oracle อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหมายความว่า Microsoft แปลงรายได้เป็นเงินสดจริงได้มากกว่า ผมต้องการขยายกรอบไปสู่ระบอบเศรษฐกิจมหภาค อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนปัจจุบันที่ 1.4 แสดงให้เห็นว่า Microsoft มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะรับมือกับสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่มหาศาล ในขณะที่คู่แข่งประสบปัญหาเกี่ยวกับต้นทุนหนี้สิน งบดุลของ Microsoft ช่วยให้สามารถลงทุนในค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนด้าน AI อย่างก้าวร้าวได้โดยไม่ต้องลดสัดส่วนผู้ถือหุ้น ทำให้พวกเขาปลอดภัยจากความผันผวนของภาคส่วนโดยรวม

C
Chatgpt

ผมคิดว่าการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปสำหรับ MSFT ไม่ใช่แค่การเติบโตของกำไร แต่เป็นอุปสรรคด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับคลาวด์และ AI ที่อาจบีบแคบโมเมนตัมของบริษัท กฎหมายตลาดดิจิทัลของสหภาพยุโรปอาจบังคับให้เกิดความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่าง Azure และคลาวด์คู่แข่ง ลดการล็อกราคาและบีบอัดกำไรเมื่อเวลาผ่านไป ในสหรัฐอเมริกา การตรวจสอบการต่อต้านการผูกขาดเกี่ยวกับการรวมแพ็คเกจและการให้สิทธิ์ใช้งาน AI อาจจำกัดการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์และจำกัดผลตอบแทนเงินสด หากนำไปสู่นโยบายที่เข้มงวดขึ้น หากความเสี่ยงด้านนโยบายปรากฏขึ้น อัตราส่วนราคาต่อกำไรอาจถูกปรับใหม่ แม้ว่าพื้นฐานจะยังคงแข็งแกร่ง ทำให้การเติบโตใน 2026Q2 ไม่แน่นอนน้อยลง

การคาดการณ์ราคา

โมเดล เป้าหมาย 3 เดือน เป้าหมาย 6 เดือน เหตุผล
G Grok เป้าหมาย 3 เดือน $515.00 เป้าหมาย 6 เดือน $540.00 เหตุผล ผมคิดว่า Microsoft จะค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจนถึงปี 2026Q2 เนื่องจากปริมาณงาน Azure AI ให้ความต้องการที่มั่นคง โดยไม่มีการเติบโตที่ระเบิดได้เพื่อสนับสนุนมากกว่านี้ ตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญคือการประกาศผลประกอบการปี 2026Q2 ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ซึ่งการคาดการณ์การเติบโตของรายได้ Azure 15%+ อาจยืนยันคูเมืองคลาวด์และกระตุ้นให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น 5-10% ความเสี่ยงที่ใหญ่คือการพลาดผลตอบแทนจากค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนด้าน AI ในการประกาศผลประกอบการครั้งนั้น ซึ่งสะท้อนคำวิจารณ์ของ Cramer เมื่อวันที่ 16 เมษายน และกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของอัตราส่วนราคาต่อกำไร (multiple contraction) จาก P/E ปัจจุบันที่ 34.3 ซึ่งได้รวมความสมบูรณ์แบบไว้แล้ว แม้ว่า EPS จะคงที่ที่ 14.06 ดอลลาร์ P/E นั้นหมายความว่าการขาดดุลการเติบโตใดๆ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง จำกัดการเติบโตที่ใกล้เคียงกับมูลค่าที่เหมาะสม
C Claude เป้าหมาย 3 เดือน $485.00 เป้าหมาย 6 เดือน $520.00 เหตุผล ป้อมปราการด้านกำไรและคูเมืองคลาวด์ของ Microsoft นั้นมีอยู่จริง แต่การชะงักงันของการเติบโตคือปัญหาหลัก และตลาดกำลังประเมินความสมบูรณ์แบบที่ 34.3 เท่าของกำไร สมมติฐานของผม: หุ้นจะรักษาไว้ที่ 480–520 ดอลลาร์ ตลอดปี 2026Q2 หากการเร่งตัวของปริมาณงาน Azure เกิดขึ้นจริง หุ้นจะต่ำกว่า 450 ดอลลาร์ หากไม่เกิดขึ้น ตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นรูปธรรมคือการประกาศผลประกอบการปี 2026Q2 ของ Microsoft ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม หากการเติบโตของรายได้คลาวด์เร่งตัวขึ้นเหนือ 25% YoY อัตราส่วนราคาต่อกำไรจะยังคงอยู่ และการขยายตัวของ EPS จะสนับสนุนราคา 520 ดอลลาร์ ความเสี่ยงที่เป็นรูปธรรม: หากการคาดการณ์บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของคลาวด์ หรือผลตอบแทนจากการลงทุนด้านค่าใช้จ่ายฝ่ายทุน AI ยังคงไม่ได้รับการพิสูจน์ การหดตัวของอัตราส่วนราคาต่อกำไรไปสู่ 28–30 เท่า จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้หุ้นลดลงไปที่ 420 ดอลลาร์ ที่ 34.3 เท่า ของ EPS ที่คงที่ 14.06 ดอลลาร์ ตลาดกำลังเดิมพันว่าการเติบโตจะกลับมา มันอาจจะ หรืออาจจะไม่
G Gemini เป้าหมาย 3 เดือน $415.00 เป้าหมาย 6 เดือน $440.00 เหตุผล สมมติฐานของผมคือ Microsoft จะซื้อขายในกรอบแคบๆ จนกว่าตลาดจะเห็นการเร่งตัวของรายได้ที่จับต้องได้จากซอฟต์แวร์องค์กรที่ผสานรวม AI ตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับเป้าหมาย 6 เดือนของผมคือรายงานผลประกอบการปี 2026Q3 ซึ่งผมคาดว่าจะเห็นหลักฐานที่ชัดเจนของการเติบโตของ Azure ที่เร่งตัวขึ้นอีกครั้ง เนื่องจาก AI agents สำหรับองค์กรย้ายจากการทดลองไปสู่การผลิต ในทางตรงกันข้าม คำตัดสินของหน่วยงานกำกับดูแลที่บังคับให้มีการแยกส่วน Teams หรือบริการ Azure จะทำลายสมมติฐานของผมโดยการบีบอัดกำไร Microsoft ซื้อขายที่ 34.26 เท่าของกำไรย้อนหลัง 12 เดือน ซึ่งหมายความว่านักลงทุนกำลังจ่ายเบี้ยประกันที่สูง ซึ่งต้องการการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสองหลักเพื่อสนับสนุน หากไม่มีการเติบโตดังกล่าว หุ้นจะยังคงผูกติดอยู่กับช่วงการประเมินมูลค่าปัจจุบัน แม้จะมีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างก็ตาม
C Chatgpt เป้าหมาย 3 เดือน $410.00 เป้าหมาย 6 เดือน $445.00 เหตุผล ผมคิดว่า MSFT สามารถค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นได้ เนื่องจากคูเมือง AI-คลาวด์ที่ยั่งยืนของบริษัทสนับสนุนกระแสเงินสดที่มั่นคง ตัวเร่งปฏิกิริยา: การประกาศผลประกอบการปี 2026Q2 ที่กำลังจะมาถึง พร้อมหลักฐานความต้องการ AI-คลาวด์และโมเมนตัมการซื้อหุ้นคืน อาจผลักดันราคาหุ้นไปสู่เป้าหมายนั้น ความเสี่ยง: อุปสรรคด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับความสามารถในการทำงานร่วมกันของคลาวด์และการรวมแพ็คเกจอาจบีบอัดกำไรและปรับอัตราส่วนราคาต่อกำไรใหม่ P/E 34 เท่า สำหรับ MSFT นั่นหมายความว่าการประเมินมูลค่าขึ้นอยู่กับการเติบโตของ AI/คลาวด์อย่างต่อเนื่อง การชะลอตัวใดๆ อาจกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของอัตราส่วนราคาต่อกำไร

ข่าวล่าสุด หัวข้อข่าวล่าสุดที่กล่าวถึงบริษัทนี้

สัญญาณซื้อขาย สัญญาณซื้อ/ขายล่าสุดพร้อมราคาเข้าและอัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทน

ตัวชี้วัดของฉัน รายการเฝ้าดูส่วนตัวของคุณ — แถวที่เลือกจากข้อมูลพื้นฐานฉบับเต็ม

📊

เลือกเมตริกที่สำคัญสำหรับคุณ — คลิก ➕ ถัดจากแถวใดก็ได้ในข้อมูลพื้นฐานฉบับเต็มด้านบน

การเลือกของคุณถูกบันทึกและจะติดตามคุณไปในทุกสัญลักษณ์หุ้น

ผู้ถือครองสถาบัน (13F) 6,955 รายงาน · $1.6T ทั้งหมด · ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026

สถาบันที่รายงานการถือครองหุ้นนี้ในเอกสาร SEC Form 13F รายไตรมาสของตน เฉพาะสถานะ Long; ผู้ยื่นคำร้องรายเดียวอาจปรากฏสองครั้งสำหรับสัญญาออปชันที่แยกจากกัน ขา put/call ขนาดใหญ่ที่หักล้างกันมักสะท้อนถึงการทำตลาด (market-making) หรือสินค้าคงคลังที่มีการป้องกันความเสี่ยง (hedged inventory) ไม่ใช่การเชื่อมั่นในทิศทาง

กิจกรรมของผู้ลงทุนสถาบัน — Q2 2026 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
พอร์ตใหม่ ตำแหน่งที่ปิดไปแล้ว เพิ่มขึ้น ลดลง การเปลี่ยนแปลงสุทธิของจำนวนหุ้น
245 (-100 เทียบกับไตรมาสก่อน) 119 (-89 เทียบกับไตรมาสก่อน) 3,145 (-109 เทียบกับไตรมาสก่อน) 2,431 (-1 เทียบกับไตรมาสก่อน) +867.9M

เปรียบเทียบกับ Q1 2026. การยื่นแบบฟอร์ม 13F ของ SEC จะครบกำหนดภายใน 45 วันนับจากสิ้นสุดไตรมาส บวกกับระยะเวลาผ่อนผันสั้นๆ สำหรับผู้ยื่นล่าช้า — ไตรมาสที่ยังอยู่ในช่วงเวลานี้จะถูกข้ามไปเพื่อใช้คู่ที่รายงานล่าสุดอย่างสมบูรณ์

สถาบัน มูลค่า หุ้น % ของ 13F ที่ติดตาม ประเภท
VANGUARD GROUP INC $311,470,447,311 644,039,633 19.60% หุ้น
VANGUARD CAPITAL MANAGEMENT LLC $180,986,322,452 485,192,007 11.39% หุ้น
STATE STREET CORP $117,744,958,902 315,653,206 7.41% หุ้น
VANGUARD PORTFOLIO MANAGEMENT LLC $62,819,418,245 168,407,641 3.95% หุ้น
GEODE CAPITAL MANAGEMENT, LLC $61,612,813,250 165,628,596 3.88% หุ้น
FMR LLC $44,488,290,145 119,265,160 2.80% หุ้น
NORGES BANK $38,321,447,247 102,732,956 2.41% หุ้น
Capital Research Global Investors $35,342,477,923 94,750,369 2.22% หุ้น
Soroban Capital Partners LP $22,381,200,000 60,000,000 1.41% สัญญาซื้อล่วงหน้า
Capital World Investors $20,566,784,158 55,139,128 1.29% หุ้น
Capital International Investors $20,056,194,600 53,774,299 1.26% หุ้น
WELLINGTON MANAGEMENT GROUP LLP $15,933,527,292 42,714,941 1.00% หุ้น
VANGUARD FIDUCIARY TRUST CO $15,741,225,411 42,199,414 0.99% หุ้น
JANE STREET GROUP, LLC $12,020,606,802 32,225,100 0.76% สัญญาซื้อล่วงหน้า
ARROWSTREET CAPITAL, LIMITED PARTNERSHIP $10,317,548,607 27,659,541 0.65% หุ้น
Fisher Asset Management, LLC $9,926,707,366 26,611,728 0.62% หุ้น
ALLIANCEBERNSTEIN L.P. $9,623,849,568 25,998,459 0.61% หุ้น
DIMENSIONAL FUND ADVISORS LP $9,606,577,901 25,753,522 0.60% หุ้น
Mitsubishi UFJ Asset Management Co., Ltd. $7,520,880,780 20,161,916 0.47% หุ้น
AMERIPRISE FINANCIAL INC $7,421,852,646 19,895,025 0.47% หุ้น
Swiss National Bank $7,421,803,621 19,896,530 0.47% หุ้น
BANK OF AMERICA CORP /DE/ $7,280,977,672 19,519,001 0.46% หุ้น
BlackRock, Inc. $7,075,134,499 18,967,172 0.45% หุ้น
UBS Group AG $6,681,280,213 17,911,319 0.42% หุ้น
Sumitomo Mitsui Trust Group, Inc. $6,523,418,895 17,488,121 0.41% หุ้น
Legal & General Group Plc $6,486,557,805 17,389,303 0.41% หุ้น
GOLDMAN SACHS GROUP INC $6,156,745,476 16,505,135 0.39% หุ้น
Sanders Capital, LLC $6,006,377,739 16,102,026 0.38% หุ้น
Vanguard Global Advisers, LLC $5,977,795,453 16,025,402 0.38% หุ้น
JENNISON ASSOCIATES LLC $5,968,916,926 16,001,600 0.38% หุ้น
California Public Employees Retirement System $5,891,865,448 15,795,039 0.37% หุ้น
JANE STREET GROUP, LLC $5,876,221,362 15,753,100 0.37% สัญญาขายล่วงหน้า
National Pension Service $5,684,729,680 15,239,745 0.36% หุ้น
CANADA PENSION PLAN INVESTMENT BOARD $5,653,811,544 15,156,859 0.36% หุ้น
BARCLAYS PLC $5,636,941,340 15,111,633 0.35% หุ้น
AMERICAN CENTURY COMPANIES INC $5,413,390,568 14,512,326 0.34% หุ้น
VANGUARD ASSET MANAGEMENT, Ltd $5,352,278,216 14,348,502 0.34% หุ้น
Dodge & Cox $4,788,170,142 12,836,229 0.30% หุ้น
RHUMBLINE ADVISERS $4,705,034,848 12,613,358 0.30% หุ้น
RAYMOND JAMES FINANCIAL INC $4,400,339,212 11,796,524 0.28% หุ้น
CTC LLC $4,397,159,760 117,880 0.28% สัญญาซื้อล่วงหน้า
ENVESTNET ASSET MANAGEMENT INC $4,288,893,374 11,497,807 0.27% หุ้น
VICTORY CAPITAL MANAGEMENT INC $4,189,419,490 11,231,028 0.26% หุ้น
LPL Financial LLC $4,013,971,076 10,760,740 0.25% หุ้น
MANUFACTURERS LIFE INSURANCE COMPANY, THE $4,000,706,356 10,725,305 0.25% หุ้น
CALIFORNIA STATE TEACHERS RETIREMENT SYSTEM $3,966,616,973 10,715,663 0.25% หุ้น
Assenagon Asset Management S.A. $3,896,065,581 10,444,656 0.25% หุ้น
NEUBERGER BERMAN GROUP LLC $3,834,823,445 10,281,321 0.24% หุ้น
UBS AM, a distinct business unit of UBS ASSET MANAGEMENT AMERICAS LLC $3,789,377,356 10,236,857 0.24% หุ้น
CTC LLC $3,242,961,276 86,938 0.20% สัญญาขายล่วงหน้า
NEW YORK STATE COMMON RETIREMENT FUND $3,165,019,866 8,484,853 0.20% หุ้น
NORDEA INVESTMENT MANAGEMENT AB $2,782,109,000 7,524,501 0.18% หุ้น
Robeco Institutional Asset Management B.V. $2,777,801,976 7,446,791 0.17% หุ้น
BNP PARIBAS FINANCIAL MARKETS $2,730,270,278 7,319,367 0.17% หุ้น
AVIVA PLC $2,684,367,183 7,196,309 0.17% หุ้น
PRIMECAP MANAGEMENT CO/CA/ $2,663,687,328 7,140,870 0.17% หุ้น
PeakShares LLC $2,611,140,000 7,000 0.16% หุ้น
Grantham, Mayo, Van Otterloo & Co. LLC $2,542,626,840 6,816,326 0.16% หุ้น
LOOMIS SAYLES & CO L P $2,539,345,256 6,807,531 0.16% หุ้น
Ensign Peak Advisors, Inc $2,518,158,424 6,750,733 0.16% หุ้น
TD Asset Management Inc $2,517,044,959 6,747,748 0.16% หุ้น
DNB Asset Management AS $2,489,846,952 6,674,835 0.16% หุ้น
Universal- Beteiligungs- und Servicegesellschaft mbH $2,473,453,411 6,629,138 0.16% หุ้น
PRUDENTIAL FINANCIAL INC $2,462,077,851 6,600,391 0.15% หุ้น
1832 Asset Management L.P. $2,456,994,334 6,586,763 0.15% หุ้น
ADAGE CAPITAL PARTNERS GP, L.L.C. $2,454,450,338 6,579,943 0.15% หุ้น
STATE BOARD OF ADMINISTRATION OF FLORIDA RETIREMENT SYSTEM $2,357,693,053 6,320,554 0.15% หุ้น
PERSHING SQUARE INC. $2,315,234,425 6,206,730 0.15% หุ้น
PNC Financial Services Group, Inc. $2,313,850,893 6,203,021 0.15% หุ้น
Clearbridge Investments, LLC $2,309,869,582 6,192,348 0.15% หุ้น
Polar Capital Holdings Plc $2,290,342,800 6,140,000 0.14% สัญญาซื้อล่วงหน้า
Caisse de depot et placement du Quebec $2,253,470,519 6,041,152 0.14% หุ้น
BANK OF NOVA SCOTIA $2,240,673,462 6,006,854 0.14% หุ้น
MILLENNIUM MANAGEMENT LLC $2,237,112,846 5,997,300 0.14% สัญญาขายล่วงหน้า
WOLVERINE TRADING, LLC $2,183,653,640 4,243,400 0.14% สัญญาซื้อล่วงหน้า
ROYAL LONDON ASSET MANAGEMENT LTD $2,164,608,575 5,802,929 0.14% หุ้น
GOLDMAN SACHS GROUP INC $2,122,968,726 5,691,300 0.13% สัญญาขายล่วงหน้า
Pershing Square Capital Management, L.P. $2,092,970,053 5,654,078 0.13% หุ้น
JONES FINANCIAL COMPANIES LLLP $2,088,035,380 5,598,401 0.13% หุ้น
Ninety One UK Ltd $2,077,084,368 5,568,293 0.13% หุ้น
Pictet Asset Management Holding SA $2,052,909,438 5,504,067 0.13% หุ้น
LAZARD ASSET MANAGEMENT LLC $1,974,401,746 5,293,018 0.12% หุ้น
MACKENZIE FINANCIAL CORP $1,968,560,081 5,277,358 0.12% หุ้น
FRED ALGER MANAGEMENT, LLC $1,924,090,406 5,158,143 0.12% หุ้น
Focus Partners Wealth $1,895,445,697 5,084,517 0.12% หุ้น
Korea Investment CORP $1,873,751,826 5,023,194 0.12% หุ้น
HighTower Advisors, LLC $1,868,100,946 5,008,045 0.12% หุ้น
CITIGROUP INC $1,826,790,846 4,897,300 0.11% สัญญาขายล่วงหน้า
Daiwa Securities Group Inc. $1,812,429,576 4,858,800 0.11% สัญญาขายล่วงหน้า
APG Asset Management N.V. $1,802,762,299 5,525,436 0.11% หุ้น
CAPSTONE INVESTMENT ADVISORS, LLC $1,792,696,818 4,805,900 0.11% สัญญาขายล่วงหน้า
Quantinno Capital Management LP $1,774,760,799 4,757,816 0.11% หุ้น
Bank Julius Baer & Co. Ltd, Zurich $1,760,178,082 4,726,631 0.11% หุ้น
PARNASSUS INVESTMENTS, LLC $1,747,727,765 4,685,346 0.11% หุ้น
UBS Group AG $1,724,287,188 4,622,506 0.11% สัญญาซื้อล่วงหน้า
STATE FARM MUTUAL AUTOMOBILE INSURANCE CO $1,681,969,561 4,509,060 0.11% หุ้น
FIFTH THIRD BANCORP $1,668,047,678 4,471,738 0.10% หุ้น
US BANCORP \DE\ $1,661,061,790 4,453,010 0.10% หุ้น
Fayez Sarofim & Co $1,652,538,028 4,430,159 0.10% หุ้น
NOMURA ASSET MANAGEMENT INTERNATIONAL INC. $1,628,618,000 4,366,033 0.10% หุ้น

ผู้บริหารบริษัท 67 รายชื่อผู้บริหาร · ผู้บริหาร 33 คน · กรรมการ 29 คน

ผู้บริหารภายใน บทบาท กิจกรรมล่าสุด หุ้นที่ถือครอง ซื้อ 12 เดือน ขาย 12 เดือน สุทธิ 12 เดือน
Satya Nadella Chief Executive Officer 10 พฤศจิกายน 2025 G 786,875 0 6 $-75,315,083
Steven A. Ballmer Chief Executive Officer 23 พฤศจิกายน 2010 S 333,252,990 0 0 $0
Amy Hood EVP, Chief Financial Officer 2 มีนาคม 2026 F 562,777 0 0 $0
Peter S Klein Chief Financial Officer 10 กันยายน 2012 A 471,016 0 0 $0
Christopher P Liddell Chief Financial Officer 25 กันยายน 2009 F 242,703 0 0 $0
John G Connors Senior Vice President and CFO 7 มีนาคม 2005 M 261,569 0 0 $0
Bradford L Smith Vice Chair and President 2 มีนาคม 2026 F 448,007 1 4 $-20,201,987
Kurt D Delbene President, Offfice Division 26 ตุลาคม 2012 S 600,693 0 0 $0
Steven J Sinofsky President, Windows Division 10 กันยายน 2012 A 1,176,195 0 0 $0
ELOP STEPHEN A President, Business Division 31 สิงหาคม 2010 F 261,302 0 0 $0
Robert J Bach President, Entertainment Div. 22 เมษายน 2010 M 676,256 0 0 $0
Qi Lu President, Online Services 5 มกราคม 2010 F 416,092 0 0 $0
Kevin R Johnson President, Platforms/Services 31 สิงหาคม 2008 F 550,786 0 0 $0
Jeffrey S Raikes President, Business Division 31 กรกฎาคม 2007 F 5,404,438 0 0 $0
Brian Kevin Turner Chief Operating Officer 19 กันยายน 2013 A 1,400,309 0 0 $0
Alice L. Jolla Chief Accounting Officer 15 มิถุนายน 2026 A 76,153 0 0 $0
Kathleen T Hogan EVP, Strategy 6 มีนาคม 2026 S 137,933 0 1 $-5,045,696
Christopher David Young EVP, Business Development 12 พฤศจิกายน 2024 S 103,366 0 0 $0
Christopher C Capossela EVP, Chief Marketing Officer 31 สิงหาคม 2023 F 95,524 0 0 $0
Jean Philippe Courtois Executive Vice President 1 มีนาคม 2021 F 587,909 0 0 $0
Tami Reller EVP, Marketing 2 ธันวาคม 2013 S 467,574 0 0 $0
Anthony John Bates EVP, Bus Dev/Evangelism 29 พฤศจิกายน 2013 S 601,723 0 0 $0
Heung-Yeung Shum EVP, Technology and Research 13 พฤศจิกายน 2013 A 755,134 0 0 $0
Frank H Brod Chief Accounting Officer 28 ตุลาคม 2013 S 129,385 0 0 $0
Lisa E Brummel Chief People Officer 19 กันยายน 2013 A 324,840 0 0 $0
Craig J Mundie Chief ResearchStrategy Officer 10 กันยายน 2012 A 594,071 0 0 $0
Robert L Muglia Senior Vice President 21 กันยายน 2010 F 604,110 0 0 $0
Raymond E Ozzie Chief Software Architect 18 พฤศจิกายน 2009 S 998,739 0 0 $0
David Wayne Cole Senior Vice President 10 มีนาคม 2006 M 56,671 0 0 $0
James E Allchin Group Vice President 8 กุมภาพันธ์ 2006 M 19,765 0 0 $0
Douglas J Burgum Senior Vice President 22 พฤศจิกายน 2005 M 599,191 0 0 $0
David Vaskevitch Senior Vice President 9 มิถุนายน 2005 G 44,185 0 0 $0
Kenneth A Depietro Corporate Vice President 10 มกราคม 2005 F 23,797 0 0 $0
Carmine Di Sibio กรรมการ 11 มิถุนายน 2026 A 360 0 0 $0
Emma N Walmsley กรรมการ 11 มิถุนายน 2026 A 9,914 0 0 $0
John D Rainey กรรมการ 11 มิถุนายน 2026 A 0 0 $0
Teri List-Stoll กรรมการ 11 มิถุนายน 2026 A 149 0 0 $0
Reid Hoffman กรรมการ 11 มิถุนายน 2026 A 0 0 $0
Mark Mason กรรมการ 11 มิถุนายน 2026 A 1,675 0 0 $0
Catherine Macgregor กรรมการ 11 มิถุนายน 2026 A 0 0 $0
Hugh F Johnston กรรมการ 11 มิถุนายน 2026 A 7,750 0 0 $0
Sandra E Peterson กรรมการ 11 มิถุนายน 2026 A 0 0 $0
Penny S Pritzker กรรมการ 11 มิถุนายน 2026 A 0 0 $0
Charles W Scharf กรรมการ 5 มิถุนายน 2026 A 45,041 0 0 $0
John W Stanton กรรมการ 5 มิถุนายน 2026 A 84,054 1 0 $1,986,750
Carlos A Rodriguez กรรมการ 11 ธันวาคม 2025 A 0 0 $0
John Wendell Thompson กรรมการ 14 ธันวาคม 2023 A 9,253 0 0 $0
WARRIOR PADMASREE กรรมการ 14 ธันวาคม 2023 A 13,800 0 0 $0
Maria Klawe กรรมการ 18 พฤศจิกายน 2013 A 23,344 0 0 $0
Helmut Panke กรรมการ 18 พฤศจิกายน 2013 F 42,545 0 0 $0

ผู้บริหารจากเอกสาร SEC Form 3/4/5; สุทธิ = เฉพาะการซื้อขายในตลาดเปิด

นักเคลื่อนไหวและเจ้าของ %+ 5 8 รายการ

นักลงทุนที่ยื่น SEC Schedule 13D — กรรมสิทธิ์ตามผลประโยชน์ที่แท้จริงสูงกว่า % 5 โดยมีเจตนาที่จะมีอิทธิพลต่อผู้ออกหลักทรัพย์ (การถือหุ้นของนักเคลื่อนไหว, การรณรงค์ในคณะกรรมการ, M&A) แต่ละแถวแสดงสถานะล่าสุดที่ทราบของตำแหน่งของผู้ยื่นคำร้องรายนั้น

ผู้ยื่นคำร้อง ยื่นแล้ว ส่วนได้เสีย สถานะ วัตถุประสงค์ การยื่นคำร้อง
Crisp Acquisition Corporation (See Item 2), Microsoft Corporation (See Item 2) 16 ตุลาคม 2008 การยื่นคำร้องครั้งแรก M&A / การขาย SEC
Microsoft Corporation; IRS No. ×2 เอกสารยื่นคำร้อง 4 กุมภาพันธ์ 2004 การยื่นคำร้องครั้งแรก การลงทุนแบบพาสซีฟ SEC
MICROSOFT CORPORATION ×3 เอกสารยื่นคำร้อง 27 พฤษภาคม 2003 การยื่นคำร้องครั้งแรก SEC
Microsoft Corporation S.S. OR 7 พฤศจิกายน 2002 การยื่นคำร้องครั้งแรก SEC
3 กรกฎาคม 2002 การยื่นคำร้องครั้งแรก SEC
16 พฤษภาคม 2002 การยื่นคำร้องครั้งแรก SEC
ผู้รายงานที่ไม่ได้เปิดเผย 29 พฤศจิกายน 2001 การยื่นคำร้องครั้งแรก SEC
ผู้รายงานที่ไม่ได้เปิดเผย 7 มีนาคม 2001 การยื่นคำร้องครั้งแรก การลงทุนแบบพาสซีฟ SEC

Purpose is an automated classification of the filer's own stated purpose (SEC Item 4) — not investment advice. "—" means no clear purpose was stated or the text could not be classified.

การถือครอง ETF ถือโดย ETF 412 ราย

น้ำหนักสะท้อนถึงการถือครองหุ้นโดยตรง (N-PORT) เท่านั้น กองทุนเลเวอเรจหรือกองทุนที่อิงตราสารอนุพันธ์อาจมีการเปิดรับความเสี่ยงจากสัญญาแลกเปลี่ยน (swap) เพิ่มเติมซึ่งไม่แสดง

กองทุน น้ำหนัก หน่วย ณ วันที่ แหล่งที่มา
MSFU · Direxion Shares ETF Trust 13.36% 277,589 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
GXPT · Global X Funds 12.59% 28,344 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
IYW · iShares Trust 10.92% 5,498,268 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
IXN · iShares Trust 10.35% 1,911,650 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
ACGR · AMERICAN CENTURY ETF TRUST 10.30% 2,609 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
IVW · iShares Trust 10.20% 15,736,866 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
LRND · New York Life Investments ETF Trust 10.18% 71,705 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
IGM · iShares Trust 10.18% 2,172,434 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
SUSL · iShares Trust 10.06% 244,181 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
IGV · iShares Trust 10.00% 2,792,991 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
DSI · iShares Trust 9.89% 1,088,542 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
IUSG · iShares Trust 9.70% 6,523,487 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
FTEC · FIDELITY COVINGTON TRUST 9.53% 4,178,822 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
HLAL · Listed Funds Trust 9.51% 193,836 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
USSG · DBX ETF Trust 9.30% 118,088 NS 29 พฤษภาคม 2026 N-PORT
EVUS · iShares Trust 9.29% 69,876 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
IWFG · New York Life Investments Active ET… 9.13% 12,861 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
NUGO · Nushares ETF Trust 9.00% 627,228 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
SPTE · SP Funds Trust 8.93% 30,936 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
IOO · iShares Trust 8.86% 1,674,580 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
XLG · Invesco Exchange-Traded Fund Trust 8.84% 1,944,776 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
SPUS · Tidal Trust I 8.80% 532,533 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
MFSG · MFS Active Exchange Traded Funds Tr… 8.55% 65,272 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
EGLE · Global X Funds 8.53% 429 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
PNQI · Invesco Exchange-Traded Fund Trust 8.45% 91,439 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
SNPG · DBX ETF Trust 8.45% 2,518 NS 29 พฤษภาคม 2026 N-PORT
SNPE · DBX ETF Trust 8.40% 513,323 NS 29 พฤษภาคม 2026 N-PORT
VGT · VANGUARD WORLD FUND 8.28% 37,706,738 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
GFGF · EA Series Trust 8.12% 6,689 NS 29 พฤษภาคม 2026 N-PORT
ILCV · iShares Trust 8.12% 218,676 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
FLCG · Federated Hermes ETF Trust 7.91% 99,965 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
QTOP · iShares Trust 7.89% 45,368 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
VOOG · VANGUARD ADMIRAL FUNDS 7.80% 5,519,713 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
OEF · iShares Trust 7.71% 3,149,314 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
VUG · VANGUARD INDEX FUNDS 7.60% 77,348,850 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
PABU · iShares Trust 7.57% 382,583 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
TDVI · First Trust Exchange-Traded Fund IV 7.55% 77,384 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
QUAL · iShares Trust 7.52% 7,212,486 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
MGK · VANGUARD WORLD FUND 7.48% 6,699,116 SH 8 สิงหาคม 2026 รายวัน
MPLY · Strategy Shares 7.44% 2,402 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
PRCS · Parnassus Funds II 7.40% 31,933 NS 30 มิถุนายน 2026 N-PORT
SEMG · EA Series Trust 7.38% 10,953 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
JGRW · Trust for Professional Managers 7.38% 15,715 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
ONEQ · Fidelity Commonwealth Trust 7.29% 1,767,400 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
NBGX · Neuberger Berman ETF Trust 7.28% 2,418 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
AVUQ · AMERICAN CENTURY ETF TRUST 7.20% 40,988 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
QLTY · GMO ETF Trust 7.17% 718,048 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
SCHG · SCHWAB STRATEGIC TRUST 7.17% 9,731,013 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT
AGRW · ALLSPRING EXCHANGE-TRADED FUNDS TRU… 7.03% 18,356 NS 30 เมษายน 2026 N-PORT
LDRX · RBB Fund, Inc. 6.99% 38,579 NS 31 พฤษภาคม 2026 N-PORT